ผู้ใหญ่บางท่าน
เช้านี้ (13 ธันวาคม 2554) “เปลว สีเงิน” มาพร้อมกับรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความเป็นจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ฉบับที่ 2 ของ “คณิต ณ นคร” ย้อนอดีตไปไกลถึงสมัย “ซุกหุ้น” ในปี 2544 ซึ่งเป็นต้นทางของการละเมิดหลักนิติธรรม
การละเมิดหลักนิติธรรมโดยกระบวนการยุติธรรมอันเป็นรากเหง้าของปัญหา เกิดจากกรณีของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2544 ในคดี "ซุกหุ้น" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 2 คนที่เคยลงมติว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ลงไปวินิจฉัยชี้ขาดในเนื้อหาของคดี
ซ้ำศาลรัฐธรรมนูญยังนำเอาคะแนนเสียง 2 เสียงหลังนี้ไปรวมกับคะแนนเสียงจำนวน 6 เสียงที่วินิจฉัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้กระทำผิดในข้อกล่าวหาว่า "ซุกหุ้น" แล้วศาลรัฐธรรมนูญได้สรุปเป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดยกฟ้อง ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ผิดหลักกฎหมายโดยแท้
และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงในหลักนิติธรรมของประเทศไทย แต่ที่ผ่านมารัฐยังละเลยและไม่ได้เข้าไปตรวจสอบถึงรากเหง้าของความไม่ชอบมาพากลหรือความที่น่ากังขาของเรื่องนี้ ดังนั้น คอป.จึงขอเสนอแนะให้รัฐและสังคมได้ตรวจสอบการยึดถือปฏิบัติตามหลักนิติธรรมอย่างจริงจัง.
ก่อนจบป๋าเปลวทิ้งท้ายว่า
กระแสสังคมในบ้านเมืองเราในระหว่างการดำเนิน "คดีซุกหุ้น" นั้น เป็นไปในทิศทางที่มีการคาดหวังในตัวบุคคลอย่างรุนแรงมาก จนทำให้ศาลรัฐธรรมนูญเกิดความหวั่นไหวเลยทีเดียว ท่านผู้ใหญ่ที่เป็นหลักของบ้านเมืองบางท่าน และเป็นที่เคารพนับถือของคนในสังคม ก็เข้าใจผิดในพฤติกรรมของบุคคล และให้การสนับสนุนบุคคล โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมายอันเป็นหลักของบ้านเมือง
บัดนี้ ท่านผู้ใหญ่ดังกล่าวน่าจะมีความเสียใจอยู่ไม่น้อยเลย.
ชวนให้นึกย้อนอดีดไปถึงผู้ใหญ่ท่านนั้นจริงๆ
…..





