สถานการณ์น้ำแถวบ้านในสองวันที่ผ่านมา ยังทรงตัว และมีแนวโน้มไปในทางที่ดี แต่ก็มีเรื่องให้หวาดเสียวพอให้ได้ลุ้นกันบ้าง ให้สมกับเป็นอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ สำทับด้วยความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่ยืนยันว่า หากผ่าน 31 ต.ค.ไปได้ สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย
เริ่มด้วยสัญญาณดีอย่างแรกก็คือช่วงปากซอย บริเวณตรอกแยกแคบๆ ที่ตั้งของวินมอร์เตอร์ไซต์ ยาวเข้ามาในซอยได้สัก 50 เมตร (รูปซ้าย 30 ต.ค.; รูปขวา 31 ต.ค.)

น้ำเริ่มท่วมตรอกเส้นนี้ตั้งแต่ 28 ตุลาคมแล้ว วันที่ 30 ยังท่วมและล้นเอ่อเข้าท่วมในซอย แต่วันที่ 31 ไม่ล้นทะลักออกมาแล้ว ถนนในซอยแห้งสนิท เทียบเคียงได้จากรูปข้างล่าง (ซ้าย 30 ต.ค.; ขวา 31 ต.ค.)


ส่วนน้ำในบ้านที่เจิ่งนองมาจากท้องร่องเก่านั้น ก็ยังคงทรงตัวเช่นเดิม ช่วงเช้าของวันที่ 30 ต.ค. ยังคงเป็นกังวลกับน้ำทะเลหนุนรอบเช้า แต่เมื่อสังเกตด้วยตาแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ก็เบาใจ เพราะตามจากข่าวทางโทรทัศน์เขาบอกว่า น้ำหนุนรอบเย็นจะไม่หนักเท่ารอบเช้า แต่ที่ไหนได้ช่วงค่ำหลัง 1 ทุ่ม ซึ่งเขาว่าผ่านช่วงหนุนสูงสุดไปแล้ว น้ำยังเอ่อขึ้นมาไม่หยุด ไหลเข้าลานจอดพอท่วมฝ่าเท้า และเท่าที่เข้าใจน้ำน่าจะซึมผ่านมาจากพื้นดินด้วย ตามรอยแยกของพื้นซีเมนต์นั่นเอง สรุปว่าจากที่ห่างหลายสิบเมตร ก็มีบางส่วนผุดตามพื้นดินที่ไม่ได้เทปูนซีเมนต์ เรียกว่าโผล่ขึ้นมาจ่อใกล้ๆ ตรงเทอร์เรซหน้าบ้านเลย

แต่ในใจยังเชื่อว่าเป็นอิทธิพลจากน้ำหนุนนั่นแหละ แม้จะเลยเวลามาแล้ว แต่กว่าที่ระดับน้ำจะยกตัวจากปากน้ำมาจนถึงเมืองนนท์ มันคงค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป หนุนสูงตรงปากน้ำที่หนุ่งทุ่ม อาจจะมาสูงตรงบ้านเราสักสามทุ่มก็ได้ คิดเอาเองพอให้สบายใจ แล้วก็บอกพ่อให้เข้านอนดีกว่า เพราะตัวบ้านก็ยกพื้นสููงหลายสิบเซนติเมตร ประเมินแล้วไม่น่าจะท่วมในคืนเดียวหรอก

แต่พอนี้ (31 ต.ค.) ตื่นมาก็แทบร้องเจี๊ยก!!! จากเมื่อมันหยุดแค่ประมาณขอบซีเมนต์ข้างบ้านที่ใช้จอดรถ (ตามภาพข้างบน) ซึ่งจะเห็นว่าระดับพื้นบ้านสูงกว่าระดับน้ำเล็กน้อย แต่ระหว่างที่เราหลับ มันลุกลามล่วงล้ำก้ำเกินมาอีกหลายเมตรทีเดียว ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด ถ้ายังเอ่อขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันคงท่วมบ้านแน่นอน แต่ดูจากรอยเปียกน้ำบนพื้น ช่วยบอกให้สบายใจว่าอยู่ในช่วงขาลงแล้ว เหมือนมันจะช่วยเตือนให้เห็นธรรมชาติของน้ำท่วมประการหนึ่ง นั่นคือการจู่โจมในยามวิกาล ถ้าเกิดเป็นน้ำทุ่งหรือน้ำป่าไหลหลากคงหวาดเสียวมิใช่น้อย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นวะ! ระหว่างเราหลับ ฉะนั้นอย่าชะล่าใจ
พอช่วงสายสักสิบโมงได้เดินออกไปสำรวจที่ปากซอย ตามที่กล่าวไว้แล้วในตอนต้น พบว่าบนถนนกลับมาแห้งสนิทอีกครั้ง กลับเข้าบ้านน้ำเริ่มแห้ง พออ่านข่าวเขาว่าขณะนี้ผ่านช่วงคับขันไปหนึ่งเปลาะแล้ว รอลุ้นใหม่อีกรอบกลางเดือนพฤศจิกาคม… ไม่ใช่สิ… ยน… *_*
หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น
13.845500
100.524101
ตื่นเช้าวันนี้ (29 ต.ค.) เพื่อมานั่งลุ้นน้ำทะเลหนุนรอบเช้า 9.09 น. สถานการณ์รู้สึกว่าจะผ่านไปด้วยดี จึงเดินลงจากบ้านว่าจะออกไปหาอะไรกินสักหน่อย แต่เมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไปด้านใน ซึ่งมีบ้านอีกหลายหลังตั้งอยู่ในรั้วเดียวกัน ก็พลันระทึกเล็กๆ มามันแล้ว

Read more…
13.845500
100.524101
เช้าเมื่อวาน (28 ต.ค.) ซึ่งเป็นวันแรกของช่วงเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงระหว่าง 28-31 ต.ค. ได้ไปสังเกตการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอีกหน ซึ่งจะว่าไปก็แทบจะทำเป็นกิจประจำวันไปเสียแล้ว ช่วงนั้นประมาณ 10 โมงเช้า เลยเวลาน้ำทะเลหนุนไปเรียบร้อยแล้ว

Read more…
13.845500
100.524101
ตอนสายของวันพูุธ (12 ต.ค.) เกิดนึกครึ้มใจ เดินออกจากซอยบ้านตัวเอง แล้วข้ามถนนพิบูลสงครามไปยังซอยฟากตรงข้าม ซึ่งมีปากซอยจ่อประจันหน้ากัน เพราะสุดซอยสายสั้นๆ ประมาณร้อยกว่าเมตร เป็นแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อไปพบบุคคลสำคัญคนดังขณะนี้อย่างจะจะตา นั่นก็คือ “มวลน้ำ” (คำติดปากของนักข่าวช่วงนี้)
Read more…
13.845500
100.524101




บรรยากาศตรงปากซอยทางเข้าบ้านเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 ก.ย. หรือ 911) เป็นค่ำวันฝนตกหนักไม่ลืมหูลืมตาทั่วประเทศ นานเกือบสองชั่วโมงทีเดียว จนเช้ารุ่งขึ้นมีข่าวตึกถล่มที่สระบุรีนั่นแหละ
ความรู้สึกแรกที่ต้องเดินลุยน้ำ แม้จะเป็นช่วงไม่กี่สิบเมตร เกิดความประทับใจอย่างไรก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้เห็นภาพแบบนี้มานานแล้ว น่าจะนานเกินกว่าสิบปีหรือเกือบยี่สิบปีแล้วกระมัง นับตั้งแต่ทำถนนใหม่ขยายเป็นหกช่องจราจร ยกพื้นให้ระดับถนนสูงกว่าซอย แถมยังทำเกาะกลางถนนอีก เท่ากับเป็นการสร้างทำนบกั้นน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้ไหลเอ่อมาตามซอยฝั่งตรงข้าม ไหลข้ามถนน เข้ามายังปากซอยบ้านเราได้ แต่คืนนี้หนนี้มันคงหนักหนาจริงๆ ปริมาณน้ำฝนมากมายไม่สามารถระบายลงท่อประปาที่อยู่ใต้ถนนได้ทัน จึงเจิ่งนองท่วม ให้ชาวประชาพอเดินลุยน้ำเย็นๆ
เมื่อปีก่อนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ดินฟ้าอากาศก็ไม่ต่างจากวันนี้ เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่และแผ่วงกว้าง จนคนตกอกตกใจกันทั้งประเทศ คนแถวนี้ก็เดือดร้อนเหมือนกัน โดยเฉพาะพวกที่บ้านอยู่ฝั่งริมเจ้าพระยา ขนของหนีน้ำกันยกใหญ่ แต่มันก็ยังไม่ท่วมเลย
ทำให้คิดถึงสมัยเด็กๆ ตอนที่ย้ายมาอยู่ตรงนี้ใหม่ๆ น้ำท่วมเป็นประจำ หน้าฝนทีไรต้องเตรียมตัวเตรียมใจลุยน้ำไปกลับโรงเรียนทุกเช้าเย็น แล้วสมัยนั้นไม่ใช่ระดับตาตุ่ม แค่มิดเข่าเท่านั้นเอง
ถ้าจะมาอีกรอบ ก็ขอประมาณนี้แล้วกัน พอได้เดินลุยสนุกตีนดี
13.845500
100.524101

ที่หน้าบ้านมีต้นวาสนา ยืนต้นสูงถึงระเบียงชั้นสอง และเพิ่งจะ “อินเทรนด์” ออกดอกผิดฤดูกาล ตามลมฟ้าอากาศแปรปรวน ไปหมาดๆ มานี่เอง
ดอกขาวโพลนเต็มต้นเห็นชัดในยามกลางคืน ห้องนอนของพ่อ-แม่ซึ่งตอนนี้ยึดมาเป็นห้องตัวเอง ก็อยู่ติดพอดี แค่เปิดประตูระเบียงโผล่หน้าออกไปก็เห็น พร้อมกับรับกลิ่นหอมอวลอ่อนๆ ชื่นใจดี แต่อย่างว่า บางคืนอากาศก็กลับมาร้อน เป็นเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเอาแน่ไม่ได้ ปิดประตูหน้าต่างเปิดแอร์เย็นฉ่ำเข้าไว้นั่นแหละ สบายต่อชีวิตที่สุดแล้ว
พ่อบอกว่าแม่ปลูกต้นวาสนาต้นนี้สักเมื่อ 15 ปีที่แล้วมา และยังไม่เคยออกดอก เสียดายที่แม่จากไปก่อนจะได้เห็น เห็นดอกวาสนาที่บานผิดหน้าของมัน
“ไม่จริงมั้ง น่าจะเคยออกมาก่อนแล้ว” ได้แต่เถียงไป แต่พ่อยืนยันมั่นเหมาะว่าไม่เคยมาก่อน
“เอากล้องมาถ่ายเก็บไว้สิ ตอนหัวค่ำ เห็นดอกชัดๆ ” พ่อบอก
Read more…
13.845500
100.524101
มันมีอะไรให้เล่นอีกเยอะ เช่น Geo-tagging แล้วมันให้ประโยชน์อะไรเราว่ะ, เพิ่งเห็นว่าใน wordpress ก็มี
13.839516
100.551592
ผมไม่เคยเรียนนิเทศศาสตร์หรือวารสารศาสตร์ ไม่เคยเรียนแม้แต่หลักสูตรประยุกต์บางสาขาที่ใกล้เคียง เช่น “ภาษาเพื่ออาชีพ” ในบางคณะ ที่เชื่อแน่ว่าต้องมีการสอนวิชาเขียนข่าว แต่ผมก็เคยทำงานเป็นนักข่าวกะข่าว
ต้องเรียนอะไรถึงมาเป็นนักข่าวได้ ก็ตอบว่าเรียนอะไรก็ได้ หรือตอบอีกอย่างว่า ไม่ต้องเรียนอะไรก็เป็นได้ (เรียนมหาวิทยาลัย)
คุณสมบัติพื้นฐานของคนที่จะมาเป็นนักข่าว สำหรับผมแล้ว ต้องจบม.6 ขอแค่นี้จริงๆ เพียงนี้อย่าว่าจะเป็นนักข่าวธรรมดา คุณสามารถเป็นนักข่าวที่ดีได้ด้วยพื้นฐานการศึกษา ระดับชั้นม.6
จะเชื่อผมไหม? พวกนักวิชาการมาตรฐานสูงจบด็อกเตอร์จะกล้ามานั่งให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่มีความรู้แค่ม.6 ไหม? เชื่อเหอะ ไม่มีใครกล้าตอบว่า “ไม่กล้า” หรอก แต่ในใจนั้นคงอีกเรื่อง อยากแท้หยั่งถึง
นักข่าวเป็นอาชีพที่สร้างความรู้ขึ้นมาจากการประกอบอาชีพ ไม่มีใครเรียนเพื่อเป็นนักข่าวได้ ตราบจนเมื่อเขากระโดดลงมาเป็นนักข่าว การเรียนรู้จึงเริ่มเกิดขึ้น
ห้ามฉันตีหม้อ ฉันก็จะชักว่าว
ห้ามฉันชักว่าว ฉันก็จะวานคนอื่นชักให้
ห้ามฉันวานคนอื่นชักให้ ฉันก็จะฝันเปียก
ห้ามฉันฝันเปียก ฉันก็จะฝันถึงเธอ
หากจะห้ามฉันฝันถึงเธอ
ก็ต้องห้ามอารมณ์กระสันของฉัน

เช้าวันนี้เราตื่นแต่เช้า ออกจากบ้านแต่เช้า ตามนัดหมายในเรื่องหนึ่ง เดินทางด้วยรถเมล์เพื่อมาต่อรถไฟฟ้า แต่ขอแวะกินกาแฟสักแก้วก่อน ที่ร้านประจำมาบ่อยจนเด็กในร้านคุ้นหน้า
ดื่มกาแฟ มองออกไปข้างนอก ฟ้าสว่างสดใสเสียเหลือเกิน ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นท้องฟ้าหลังวันวานที่ขมุกขมัว หนึ่งในเช้าอันสดใสในเวลาหน้าฝน
ที่นั่งก็แทบจะทับตำแหน่งของวันนี้เมื่อปีที่แล้ว
ปีที่แล้วในวันนี้ เราก็ตื่นแต่เช้า ออกจากบ้านแต่เช้า ตามนัดหมายในเรื่องหนึ่ง เดินทางด้วยวิธีการเดียวกัน ปลายทาง ณ ที่แห่งเดียวกัน แต่ขอแวะกินกาแฟในร้านนี้ก่อน
ช่วงสายของวันนี้เมื่อปีก่อน เราพร้อมด้วยคณะออกเดินทางไปต่างจังหวัด เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ข่าวร้ายไหลมาตามสาย แม่จากเราไปเสียแล้ว
เช้าวันนี้ของปีก่อนอากาศแจ่มใสเหมือนเช้าวันนี้อีกเหมือนกัน ภาพวันนั้นยังคงติดตา ตื่นเช้าขึ้นมาเจอฟ้าสว่างสดใส ก่อนออกจากบ้านไปร่ำลาแม่ ที่ดูหน้าตาแจ่มใสสดชื่นเป็นพิเศษกว่าทุกวัน ดวงตาที่จ้องมองเราใสเปล่งประกายชีวิต
เป็นการลาจากในเช้าวันนี้ของปีที่แล้ว