หน้าแรก > การเมือง > รัฐประหารรัดรูป

รัฐประหารรัดรูป

ธันวาคม 5, 2008 ใส่ความเห็น Go to comments

มีใครสะดุดใจบ้างไหม กับพาดหัว นสพ. มติชน วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11222 ซึ่งเก็บใจความจากปาก ไข่แม้วดำ, วีระ มุสิกพงศ์ “พปช.โวยรัฐประหารซ่อนรูป ปลุกเสื้อแดง ชุมนุมวันนี้-ต้าน”ยุบพรรค” อ้างผู้ลึกลับแลกให้พธม.ถอย” จากพาดหัวเข้าสู่พารากราฟแรกซึ่ง “โปรยข่าว” (บทคัดย่อของข่าว) ยังคงประเด็นนี้ไว้

พปช. ปลุกม็อบเสื้อแดงรวมพลวันนี้ โวยศาล รธน.รัฐประหารซ่อนรูปล้มรัฐบาลผ่านแผนยุบพรรค อ้างบุคคลลึกลับอยู่เบื้องหลัง หวังแลกเปลี่ยนกับการให้ พธม.ออกจากสนามบิน ขู่ถ้าปฏิวัติเจอดีแน่ ดันทหารชนทหาร ปชป.ยุพรรคร่วมถอนตัว สถาปนา รบ.รักษาการ ตั้งคนกลางเป็นนายกฯ

ขยับสายตาต่อไป ลงในเนื้อหาหรือคำสัมภาษณ์ของไข่แม้วซึ่งยาวมาก จึงจะขอจับความบางส่วน เฉพาะประเด็นที่ผมเน้นด้วยเส้นใต้

… … …

@ โวยรัฐประหารซ่อนรูปล้มรบ.

นาย วีระกล่าวว่า มีเหตุการณ์ที่เป็นเงื่อนงำเกิดขึ้นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ไต่สวนพยานเพิ่ม เติมในคดียุบ 3 พรรคการเมืองประกอบด้วย พปช. ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) พร้อมทั้งบอกจะแถลงปิดคดีในวันที่ 2 ธันวาคม ทราบมาว่า เรื่องนี้มีการเจรจาแลกเปลี่ยนกันระหว่างบุคคลลึกลับ และมีข้อตกลงว่าจะใช้มาตรการทางศาลล้มรัฐบาล แต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ต้องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ” เรื่องนี้ผมไม่ต้องนำหลักฐานมาพูด แต่ให้ฟังจากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรที่เคยประกาศบนเวทีว่า วันที่ 2 ธันวาคมนี้ทุกอย่างจะจบสิ้น” นายวีระกล่าว

“หากพิจารณาจาก พฤติกรรมของศาลรัฐธรรมนูญประกอบกับถ้อยคำของกลุ่มพันธมิตรจะเห็นได้ว่ามีการ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อล้มล้างรัฐบาลนี้ โดยใช้วิธีการที่แยบยลให้คนภายนอกเห็นว่าเป็นเรื่องของกฎหมาย ผมจึงขอเรียกการกระทำเหล่านี้ว่า เป็นการ “รัฐประหารซ่อนรูป” และสิ่งนี้ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการทำลายระบอบประชาธิปไตย” นายวีระกล่าว

… … …

คงเดาไม่ยากว่า ผมกำลังสนใจ “บุคคลลึกลับ” ที่ทาสทักษิณคนนี้เอ่ยถึง หากผมยังเป็นนักข่าวทำข่าวชิ้นนี้คงจะต้องตั้งคำถาม แต่เชื่อเถิดว่าเขาคงไม่แง้ม ๆ บอกหรอกว่าเป็นใคร เช่นว่า จะเป็นคนเดียวกับ “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” หรือจะเป็นคนเดียวกับ privilege elite ที่ทักษิณเคยกล่าวหาไว้หรือไม่หนอ

ผมกลับคิดว่าไม่บอกไม่รู้ก็ไม่เสียหาย กลับกลายเป็นดีเสียอีก เพราะช่วยทำให้คนมามุ่งเน้นไปยังประเด็นที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือการกระทำของบุคคลลึกลับผู้นี้

ก่อนอื่นต้องทบทวนสั้น ๆ ว่า  พันธมิตรปชช. ได้ถูกกล่าวหาทั้งในที่ลับและที่แจ้งเสมอมา ในฐานะที่เป็น “ตัวแทน” ของเผด็จการ ศักดินา อำมาตยาธปไตย อนุรักษ์นิยม สถาบันกษัตริย์ รวมถึงราชวงศ์จักรี (เคยได้ยิน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ วิเคราะห์แบบนี้เหมือนกัน แต่เขาพูดวน ๆ อ้อม ๆ ตามประสาปัญญาชน ที่ต้องพูดให้คนเก็บไปคิดต่อ) พันธมิตรปชช. จึงย่อมถูกใต้อาณัติของ “ตัวจริง” มิใช่หรือ  แต่ในข่าวนี้กลับใช้คำว่า “เจรจาแลกเปลี่ยน” (คงไม่ผิดพลาดแน่เพราะย้ำคำ “แลก” ถึงสามหน) นั่นหมายความว่าเกิดการต่อรองเพื่อให้สมประโยชน์กันระหว่างคนสองฝ่าย ในเมื่ออยู่คนละฝ่าย แต่ยังสามารถโดดข้ามไปเป็น “ตัวแทน” ให้กับพวกอื่นที่ไม่ใช่เราได้ ก็แปลกประหลาดดี

เพื่อนผมคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีการวิเคราะห์ในช่วงที่พันธมิตรฯ ล้อมทำเนียบ  ปิดถนนหน้าโรงเรียนราชวินิต นำไปสู่การใช้ศาลเป็นเครื่องมือจัดการม๊อบของฝ่ายรัฐบาล ไปร้องศาลแพ่งกี่รอบ ศาลก็สั่งสลายม๊อบทุกคราไป โดยเขามองว่าศาลยุติธรรมนั้นตัดสินคดีในพระปรมาภิไธย ก็หมายรวมเอาว่าเป็น “ตัวแทน” ของสถาบันไปเสียด้วย

จนเกิดเป็นข้อสรุปว่า พันธมิตรฯ ไม่ได้รบกับ “คนหนี” แต่กำลังรบกับ “คนอยู่” ต่างหาก

สอดรับกับข่าวชิ้นหนึ่งที่เล่าลือว่า เหตุที่ศาลยินยอมอนุญาตให้ทักษิณออกนอกประเทศไปโอลิมปิคที่ปักกิ่งได้ เพราะ “เคลียร์” กับผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว ว่าจะเอาอะไรไปก็เอาไป แต่ขอให้ยุติการเมือง แล้วทางนี้จะไม่ไล่บี้เอาผิดอะไรอีกแล้ว ขณะเดียวกันก็ต่อสายไปทางพันธมิตรฯ ขอให้ยุติการชุมนุมเช่นกัน เพื่อคืนความสงบสุขให้ประเทศ ด้วยการเริ่มต้นใหม่หมด อะไรที่โกงไปนั้นก็ถือว่าเสียแล้วเสียไป แต่สุดท้าย ทักษิณไป แต่ม๊อบก็ไม่หยุด

(ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่ว่า แต่ตัวเองต้องขอออกตัวว่าไม่ชอบวิธีวิเคราะห์ทำนองนี้ ที่มักมองว่าสิ่งนั้นเป็นตัวแทนของสิ่งนี้ คนนั้นกำลังทำงานภายใต้บงการของคนนี้ เพราะมันช่างมองไม่เห็นหัวมนุษย์เอาเสียเลย)

แต่เมื่ออ่านเจอข้อความที่วีระพูด (บนสมมติฐานว่า เป็นการพูดที่มีความเป็นจริงยอมรับ ไมได้โกหกหรือใส่ร้าย) ก็ยิ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อของผมเอง ที่มั่นใจว่าพันธมิตรปชช. เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างมีอิสระตามเจตจำนงของตัวเอง มิได้อยู่ใต้สถาบันใดสถาบันหนึ่ง เพียงแต่ว่าผลของการเคลื่อนไหวจะไป “เข้าทาง” ใครนั้นก็อีกเรื่อง (พวกต่อต้าน คมช. ผลของมันก็เข้าทางตีนทักษิณมิใช่หรือ

น้ำหนักที่ชวนให้น่าเชื่อประการแรก ก็คือ คนพูดอย่างตรงข้ามกับพันธมิตรฯ และประการต่อมา เขาและพรรคพวกพยายามประโคมและผลักไสตลอดมา ให้พวกพันธมิตรฯ มิใช่เป็นเพียงฝ่ายตรงข้าม แต่ยังเป็นเนื้อเดียวแนบแน่นกับพวกเผด็จการ ศักดินา อำมาตยาธปไตย อนุรักษ์นิยม หรือสถาบันกษัตริย์ ซึ่งอาจเรียกว่าพวก privilege elite ก็ได้  แต่ครั้งนี้เขากลับ “หลุด” สิ่งที่ย้อนแย้งกับความคิดเดิม ทำไมต้อง “เจรจาแลกเปลี่ยน” กับพันธมิตรฯ ด้วย ไฉนไม่ใช้อำนาจสั่งการให้ถอยจากสนามบินเสียเลย ส่วนเรื่องยุบพรรคนั้นมันก็อีกลู่ทางหนึ่งที่ใช้ไล่บี้ระบอบทักษิณ ต่อให้ไม่ไปยึดสนามบินศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องยุบพรรคพลังประชาชนอยู่ดี รู้กันมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือพี่!!!

การหลุดประโยคเงื่อนไขนี้ออกมา ช่วยทำให้ผมเห็นรูปเค้าร่างบางอย่างชัดขึ้น สนับสนุนความไม่เชื่อถือของการวิเคราะห์ในทำนองว่า ต้องมีใครสักคนอยู่เบื้องหลังคอยสั่งการคนบางคน ให้ตระหนักถึงความเป็นมนุษย์ที่ตัดสินใจแสดงพฤติกรรม อันเป็นตัวละครในเวทีข่าวมากยิ่งกล่าวเดิม ถ้าใครยังมาเปิดประเด็น “ต้องตอบก่อนว่า พันธมิตรฯ เป็นตัวแทนของใคร?” ผมถือว่าเชยครับ

 

 

Advertisements
หมวดหมู่:การเมือง
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: