Archive

Archive for มกราคม, 2009

เสรีภาพของผม ถูกละเมิดด้วยสิทธิของคนอื่น!!!

มกราคม 28, 2009 1 ความเห็น

ตอนนี้ผมเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าหรือศิษย์ปัจจุบัน หรือแม้แต่คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการกับธรรมศาสตร์เลย  ได้รับเสรีภาพอย่างหนึ่งที่หน่วยงานนี้หยิบยื่นให้ ด้วยการเปิดให้ใช้ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ทแบบไร้สายฟรี ไม่มีเงื่อนไขสร้างข้อจำกัด  ทำให้ใครสักคนที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเขาเป็นใคร แบกโน๊ตบุ๊คที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ ก็ท่องเน็ทโดยเสรีไม่ต้องมีค่าใช้งานใด ๆ

ธรรมศาสตร์เป็นพื้นที่เปิดสำหรับคนทุกคนให้เข้ามานั่งหย่อนขา พักกินอาหารทานกาแฟ รับลมเย็นที่พัดจากแม่น้ำและโชยมาจากสนามหลวง ไปพร้อมกับเปิดฉาก “สนทนาธรรม” แบบไม่เลือกสี (แดง-เหลือง) ไม่เลือกปีก (ซ้าย-ขวา) ได้แล้ว  ธรรมศาสตร์ก็ยังเปิดพื้นที่ไซเบอร์ไว้ให้ด้วย ผมเคยเห็นคุณลุงวัยเกษียณที่คงเพิ่งเริ่มรู้จักคอมพิวเตอร์และเพิ่งเรียนรู้อินเตอร์เน็ท แบกโน๊ตบุ๊คขนาดเหมาะสมกับวัย จอใหญ่ไม่น่าจะต่ำกว่า 17 นิ้ว ใกล้เคียงกับกระจาดสี่เหลี่ยม ที่ทั้งหนาและหนัก! มาพร้อมกับหูฟังขนาดเขื่อง บางวันเห็นคุณลุงหิ้วถุงพะรุงพะรัง ในนั้นเป็นกล่องลำโพงต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ขนาดย่อม ถูกยกมาต่อทดลองฟังเสียงและภาพจากโทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ท ASTV  ผมแอบเหลือบดู คุณลุงใช้เสิร์ชเข้าเว็บโน้นอ่านเว็บนี้สนุกสนาน สลับกับดูสถานีโทรทัศน์ปลุกระดมดังกล่าวเป็นระยะ ถ้าหิวข้าวหรือน้ำชากาแฟก็มีแผงอาหารไว้บริการไม่ไกล เพราะนั่งเล่นเน็ทในโรงอาหารอยู่แล้ว  ช่างเป็นคนวัยเกษียณที่ใช้ชีวิตได้ไม่ตกสมัยอย่างสำราญใจดีแท้

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

เที่ยวเช้า

มกราคม 24, 2009 ใส่ความเห็น

สำหรับบางคนแปดโมงครึ่งอาจสายแล้ว แต่สำหรับเราแล้วถือว่าเช้าเป็นพิเศษ ไม่ได้ออกจากบ้านเช้าแบบนี้นานแล้ว โชคดีเหลือเกินที่เกิดในวันนี้ วันที่กรุงเทพฯ หมอง

DSC00033

DSC00034

DSC00035

ต้นทาง: สถานีบีทีเอสสะพานควาย

หมอกขาวกระจายคลุมท้องฟ้า มองเห็นแต่เบื้องล่างที่ปลูกสร้างบนดิน เหมือนม่านเวทีถูกชักขึ้นแล้วติดค้างกลางทาง เผยเพียงฉากละครที่ตระเตรียมไว้เพียงครึ่ง แต่แค่นี้ก็เริ่มต้นได้แล้วสำหรับละครชีวิต ไม่มีใครสนหรอกว่าอีกครึ่งที่ค้างคา จะเป็นม่านหรือฉาก เพราะเพียงเบื้องล่างก็ชวนให้เชื่อแล้วว่า หลังม่านขาวคือท้องฟ้า ที่ทุกคนรู้จัก

ฟ้าตรงนี้ก็คงเหมือนกับฟ้าตรงโน้น และฟ้าวันนี้ก็คงเหมือนกับฟ้าเมื่อวาน…

DSC00039

DSC00038

DSC00040

ปลายทาง: สถานีบีทีเอสอโศก

ถ้าเข้าใจไม่ผิด บริเวณที่กำลังก่อสร้างฐานรากนี้ อดีตเคยเป็นโรงถ่ายหนังขนาดใหญ่ “ศรีกรุง” มาก่อน  บนพื้นดินเป็นที่ตั้งของความเปลี่ยนแปลง แต่เบื้องบนกำลังรอเวลา เปิดม่านเห็นท้องฟ้า

หรือใครสงสัยว่าท้องฟ้าไม่เหมือนกันบ้าง…

แท็กของ Technorati: {กลุ่มแท็ก},,,

วัฒนธรรมวิจารณ์กับข้อหาหมิ่น: ข้อสังเกตคร่าว ๆ

มกราคม 24, 2009 ใส่ความเห็น

DSC00025

ผมเชื่อว่าคนไทยมีเสรีภาพที่จะวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ คนไทยที่ว่านี้ก็คือคนสามัญชนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีสถานภาพอื่นใดเช่น “นักวิชาการ” มาขยายความเป็นคนไทยของเขา  แต่ต้องเข้าใจว่าเสรีภาพนี้มีรูปแบบและจำกัด นั่นก็คือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์เฉพาะในหมู่คนที่เห็นหน้าคร่าตากัน หรือ “ปากต่อปาก” เท่านั้น  ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะอาหาร ร้านกาแฟ ก๊วนน้ำชา หรือแม้แต่ห้องเรียน เนื่องจากเป็นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวนั่นเอง อาจพอเรียกว่าเป็น “เสรีภาพตามธรรมชาติ” ได้กระมัง (ผมก็ไม่รู้หรอกว่าคำนี้ความหมายมากแค่ไหน แต่ขอใช้ไปพลางก่อน) และก็เชื่อว่าไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย ในประเทศอื่นที่ยังมีระบอบกษัตริย์ก็มีเสรีภาพเช่นว่านี้

ส่วนว่าจะมีมานานสักแค่ไหนนั้น ผมก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่ามีมาหลายรัชกาลเป็นแน่ ไม่ว่าจะเป็นสามัญชนหรือชนชั้นสูงต่างก็ใช้เสรีภาพนี้ในที่ทางเฉพาะ ผมเคยอ่านบันทึกของ ม.จ.พูนพิศสมัย ดิศกุล ของสำนักพิมพ์มติชน ก็เห็นท่านเขียนวิจารณ์ในหลวงรัชกาลที่ 7 แต่แน่นอนว่าเมื่อนำมาตีพิมพ์ย่อมต้องถูกเซ็นเซอร์ในบางประโยค

แต่ผมเริ่มสังเกตเห็นว่า คดีหมิ่นทั้งหลายที่กำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและกลายเป็นประเด็นข่าว เนื้อหาของคำหมิ่นนั้นหาได้อยู่บนการสื่อสารแบบ “ปากต่อปาก” (อาจจะมีบ้างเป็นส่วนน้อย ซึ่งเวลานี้ยังนึกไม่ออก) แต่มันดำเนินผ่าน “ตัวแปร” หนึ่ง  ซึ่งทำหน้าที่เป็นพาหะนำพาตัวสาร/คำหมิ่นไปถึงผู้เสพรับ เราเรียกสิ่งนี้ว่า “สื่อ” หรือ media  หลายกรณีหมิ่นที่เป็นคดีความได้ทำผ่านสื่อเป็นสำคัญ ไม่ว่า หนังสือพิมพ์, ภาพวิดีโอ, อินเตอร์เน็ท หรือหนังสือเล่ม ไม่ว่าเจ้าตัวหรือเจ้าของคำหมิ่นนั้นจะเจตนาหรือไม่ก็ตาม อาทิ ถือป้ายเขียนข้อความแล้วมีช่างภาพบันทึกรูป หรือคำพูดที่กล่าวลอย ๆ แต่ถูกคนบันทึกเสียง เป็นต้น  เมื่อที่ฟังหรืออ่านจากข่าว แทบจะไม่มีคดีความที่เกิดจากการซุบซิบนินทาว่าร้ายแบบ “ปากต่อปาก” เลย

ตัวอย่างคดีของ ใจ อึ้งภากรณ์ นั้นน่าสนใจ  ผมทราบมาว่า เวลาแกสอนหนังสือในห้องเรียนก็วิพากษ์วิจารณ์เป็นฉาก ๆ เรียงที่ละรัชกาลมาเลย ซึ่งผมเชื่อว่านักศึกษาสมัยนี้ฉลาดสามารถแยกออกระหว่าง “วิเคราะห์เชิงวิชาการ” กับ “หลอกด่า” ได้  มีคนเล่าว่าเด็กบางคนแอบใช้โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่นเอ็มพีสามบันทึกเก็บไว้เป็นคลิปเสียง แล้วเป็นที่รู้กันว่าเด็กคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นั้น “ลูกท่านหลานเธอ” (ลูกทักษิณยังเรียนคณะนี้เลย) ก็นำไปเปิดให้พ่อแม่ญาติพี่น้องฟัง จนผู้ใหญ่พวกนี้ร้องเรียนมายังคณะให้จัดการกับนายคนนี้

แต่ในวันแถลงข่าวก่อนมอบตัว เขาไม่ได้พูดถึงการสอนหนังสือด้วยปากเปล่ากับนักศึกษาแบบ “ปากต่อปาก” เลย  เจาะจงลงไปเลยว่ามาจากหนังสือเล่มที่เขาเขียน แสดงว่าข้อหาหมิ่นสถาบันฯ จะต้องอ้างอิงกับตัววัตถุซึ่งใช้เป็น “สื่อ” นั้นเอง  ถ้าไม่มี “สื่อ” ก็ไม่น่าจะเกิดหมิ่นสถาบันฯ ผมอ้างคำแถลงของเขาก็เพราะว่าเป็นมุมมองจากผู้ต้องหานั่นเอง

ข้อสังเกตของผมก็คือ ดูเหมือนประเด็นหมิ่นประมาทที่เกิดขึ้นผ่าน “สื่อ” นั้น  จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิด น้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับการวิพากษ์วิจารณ์อันเป็น “เสรีภาพตามธรรมชาติ”  ผมไม่เชื่อว่าจะมี “อาณาจักรแห่งความกลัว” มาบั่นทอนเสรีภาพที่จะวิพากษ์วิจารณ์แบบ “ปากต่อปาก” ไม่ว่าจะเป็นบนโต๊ะอาหาร ร้านกาแฟ ก๊วนน้ำชา หรือแม้แต้ห้องเรียน

คนบางคนพยายามลากเสรีภาพส่วนนี้เขามาในปริมณฑล “สื่อ”  อาจด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา เช่นว่า ต้องการแสดงตนเป็นผู้นำทางความคิด เป็นพวกหัวก้าวหน้าไม่ด้อยพัฒนา เป็นต้น  รวมทั้งตามที่ใจอ้าง ก็คือเขียนเป็นหนังสือในฐานะที่เป็นงานทางวิชาการ (ไม่ขอนับรวมพวกทำด้วยเจตนาหมิ่นหรือล้มล้าง) แต่สิ่งที่อ้างว่าเป็น “เสรีภาพทางวิชาการ” หรือ “บรรยากาศทางปัญญา” ที่อ้างอิงบน “สื่อ” ที่แสนจะเป็นส่วนน้อยนี้ กลับกำลัง “พองลม” แบ่งบานขนานใหญ่ จนราวกับว่าการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันฯ ต้องกระทำผ่าน “สื่อ” หรือวัฒนธรรมแบบลายลักษณ์อักษรเท่านั้น นอกนั้นถือว่าเป็นแค่การซุบซิบตามประสา “ปากตลาดแบบผู้หญิง”

ส่งผลให้วัฒนธรรมการวิจารณ์ของสามัญชนที่ไม่มียศวิชาการนำหน้า ไม่ได้เป็นปัญญาชนผู้นำความคิดสาธารณะ ต้องพลอยฟ้าพลายฝนไปกับความตื่นตระหนกของพวกที่อาศัย “สื่อ” เป็นเครื่องมือสำหรับวิจารณ์ด้วย

1-20-09: จบแล้วความผิดพลาด

มกราคม 21, 2009 ใส่ความเห็น

ลองอ่าน

Bing, Bong, the Bush is Gone / 1-20-09: END OF AN ERROR.

อ่านจบแล้วก็ต้องอมยิ้ม 🙂

หมวดหมู่:การเมือง

คิดถึง

มกราคม 17, 2009 ใส่ความเห็น

DSC00004

พระจันทร์ดวงโต
โตกว่าดวงใจไหม?
เผอิญว่าอยู่ไกล
ยกใจไปทาบวัดไม่ได้

พระจันทร์ลอยอยู่ลิบ
จะใหญ่จะย่อมแค่ไหน?
แต่นั้นเป็นที่แขวนดวงใจ
แขวนไว้ข้างหลังดวงจันทร์

(เขียนไว้ตั้งแต่วันพระจันทร์โต)

หมวดหมู่:เรื่องส่วนตัว