หน้าแรก > การเมือง > เสรีภาพของผม ถูกละเมิดด้วยสิทธิของคนอื่น!!!

เสรีภาพของผม ถูกละเมิดด้วยสิทธิของคนอื่น!!!


ตอนนี้ผมเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เก่าหรือศิษย์ปัจจุบัน หรือแม้แต่คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการกับธรรมศาสตร์เลย  ได้รับเสรีภาพอย่างหนึ่งที่หน่วยงานนี้หยิบยื่นให้ ด้วยการเปิดให้ใช้ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ทแบบไร้สายฟรี ไม่มีเงื่อนไขสร้างข้อจำกัด  ทำให้ใครสักคนที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเขาเป็นใคร แบกโน๊ตบุ๊คที่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ ก็ท่องเน็ทโดยเสรีไม่ต้องมีค่าใช้งานใด ๆ

ธรรมศาสตร์เป็นพื้นที่เปิดสำหรับคนทุกคนให้เข้ามานั่งหย่อนขา พักกินอาหารทานกาแฟ รับลมเย็นที่พัดจากแม่น้ำและโชยมาจากสนามหลวง ไปพร้อมกับเปิดฉาก “สนทนาธรรม” แบบไม่เลือกสี (แดง-เหลือง) ไม่เลือกปีก (ซ้าย-ขวา) ได้แล้ว  ธรรมศาสตร์ก็ยังเปิดพื้นที่ไซเบอร์ไว้ให้ด้วย ผมเคยเห็นคุณลุงวัยเกษียณที่คงเพิ่งเริ่มรู้จักคอมพิวเตอร์และเพิ่งเรียนรู้อินเตอร์เน็ท แบกโน๊ตบุ๊คขนาดเหมาะสมกับวัย จอใหญ่ไม่น่าจะต่ำกว่า 17 นิ้ว ใกล้เคียงกับกระจาดสี่เหลี่ยม ที่ทั้งหนาและหนัก! มาพร้อมกับหูฟังขนาดเขื่อง บางวันเห็นคุณลุงหิ้วถุงพะรุงพะรัง ในนั้นเป็นกล่องลำโพงต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ขนาดย่อม ถูกยกมาต่อทดลองฟังเสียงและภาพจากโทรทัศน์ผ่านอินเตอร์เน็ท ASTV  ผมแอบเหลือบดู คุณลุงใช้เสิร์ชเข้าเว็บโน้นอ่านเว็บนี้สนุกสนาน สลับกับดูสถานีโทรทัศน์ปลุกระดมดังกล่าวเป็นระยะ ถ้าหิวข้าวหรือน้ำชากาแฟก็มีแผงอาหารไว้บริการไม่ไกล เพราะนั่งเล่นเน็ทในโรงอาหารอยู่แล้ว  ช่างเป็นคนวัยเกษียณที่ใช้ชีวิตได้ไม่ตกสมัยอย่างสำราญใจดีแท้

หลังจากไม่ได้มาแถวท่าพระจันทร์นานพอสมควร  ผมกลับเข้ามาอีกครั้ง ทั้งเชื่อว่าคงไม่ได้เห็นภาพเช่นนี้อีกแล้ว เมื่อผมเปิดคอมพิวเตอร์เข้าใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ทของธรรมศาสตร์ตามความเคยชิน ก็พบกับหน้าจอขาวพร้อมตัวหนังสือสีดำ

loginTU

มันเกิดอะไรขึ้นกับเสรีภาพที่ผมเคยชินเป็นเวลาเกือบสามปี

เชื่อว่าคำอธิบายแบบมาตรฐานคงหนีไม่พ้น ว่าเป็นมาตรการที่ต้องกระทำตามกฎหมายหรือ พ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยคอมพิวเตอร์ หากมีผู้ใดเข้ามาในเครือข่ายเพื่ออาศัยเป็นที่มั่นสำหรับทำผิดกฎหมายผ่านอินเตอร์เน็ท ทางมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายต้องสามารถแสดงข้อมูลเพื่อให้ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้ แต่ผมและอีกหลายคนเชื่อว่ามีเงื่อนไขที่ยิ่งใหญ่กว่ากฎหมาย ความเกรงกลัวที่จะไปพัวพันกับการกระทำอันล่อแหลมจะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั่นเอง และสวรรค์ของคนคิดร้ายเช่นนี้อยู่ในอินเตอร์เน็ท โลกที่เคยเชื่อว่าไร้ตัวตน และไร้อธิปไตยแห่งรัฐ แล้วจะด้วยเหตุใดไม่ทราบ น่าเชื่อว่าพวกคนที่เวียนว่านในเว็บบอร์ดหมิ่นสถาบันทั้งหลายสุมหัวรวมตัวกันอยู่แถวธรรมศาสตร์นี้แหละ

ความซวยจึงบังเกิดขึ้นกับผม พร้อมกับอีกหลายคนที่ใช้บริการอินเตอร์เน็ทสาธารณะของธรรมศาสตร์ ผมจะกล่าวโทษใครดี?

ปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ผู้ที่ตกเป็นจำเลยของปัญญาชนกลุ่มหนึ่ง มิใช่ทักษิณ ชินวัตรที่ถูกขับไล่ประท้วงให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และยุติบทบาททางการเมือง เพื่อรับโทษตามกระบวนการยุติธรรม แต่กลับเป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้านทักษิณ ด้วยข้อหาร้ายกาจ บังอาจฝักใฝ่อำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย ขอนายกฯ พระราชทานจากในหลวง เชื้อเชิญให้กองทัพออกมาจัดการ พยายามใช้ทุกวิถีทางทั้งที่ไม่ถูกต้องตามคลองธรรมเพื่อล้มระบอบทักษิณ แทนที่จะประนามทักษิณ ชินวัตรว่าดื้อรั้นไม่ยอมลุกจากอำนาจ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมของเขา แถมยังเล่นเล่ห์เหลี่ยมกอดเก้าอี้แน่น คิดว่าประเทศไทยเป็นสมบัติส่วนตัว จนท้ายที่สุดทหารจึงตัดสินใจปฏิวัติ ทั้งที่หากเขาลาออกก็อาจไม่เกิด 19 กันยา

ปราบม๊อบ 7 ตุลาคม 2551 ผู้ที่ตกเป็นจำเลยของพวกจิตวิญญาณประชาธิปไตย มิใช่รัฐบาลสมชายที่ใช้กำลังตำรวจสลายม๊อบพันธมิตรประชาชนฯ ด้วยความทารุณ มีคนบาดเจ็บและตายจำนวนหนึ่ง แต่กลับเป็น “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับอำนาจรัฐ ไม่ได้มีกองกำลังพร้อมอาวุธในมือ ด้วยข้อหาบังอาจเคลื่อนขบวนมาปิดล้อมรัฐสภา เพื่อพยายามยั่วยุให้รัฐบาลและตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปราม สร้างเงื่อนไขขึ้นเพื่อใส่ความรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างชอบธรรม แทนที่จะประนามรัฐบาลหรือผู้สั่งการตำรวจที่ก็อยู่ในรัฐบาล ซึ่งอ้างเอาแต่กฎหมายเป็นสำคัญ จนท้ายที่สุดความรุนแรงโหดร้ายจึงบังเกิดกับประชาชนฝ่ายเสื้อเหลือง ทั้งที่หากผู้มีอำนาจตัดสินใจในแนวทางอื่นก็อาจไม่เกิด 7 ตุลา

เมื่อสำรวจ “เทรนด์” แล้ว  ผมคงมิบังอาจกล่าวหาประนามผู้ที่ใช้อำนาจปิดกั้นเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นธรรมศาสตร์ หรือตัวอธิการบดีโดยตรง ว่าเป็นทาสรับใช้เผด็จการ, ศักดินา, อำมาตยา, และประชาธิปัตย์ (อิอิ)

ปี 2535 เรากล้าพูดว่า “สุจินดาฆ่าประชาชน” แต่ปี 2551 เราต้องพูดเสียใหม่ว่า “จำลองพาคนไปตาย” ทั้งที่มันเป็นเหตุการณ์เดียวกันที่เรียกว่า “พฤษภาทมิฬ”  ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผมครั้งนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องกล่าวหาว่าร้ายผู้บริหารธรรมศาสตร์ แต่ปัจจุบันผมต้องกล่าวหาคนบางกลุ่มที่มาใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ทธรรมศาสตร์โจมตีสถาบัน สร้างเงื่อนไขเชื้อเชิญให้คนบ้าอำนาจอาศัยจังหวะบั่นทอนเสรีภาพ ทำลายระบบการให้บริการสาธารณะจนหมดสิ้น

ถ้าพวกเขาอ้างว่าเป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็น แล้วทำไมสิทธิของเขาถึงกระทบกระเทือนสิทธิของผม เพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายจะทำอะไรก็ได้หรือ? ใครจะได้รับผลอย่างไรก็ไม่ต้องสนใจหรือ? ทำไมระบบบริการสาธารณะที่ผมเข้าถึงอย่างเสรีต้องถูกทำลายด้วยสิทธิของคนบางพวกด้วย!!!

Advertisements
  1. กุมภาพันธ์ 6, 2009 ที่ 11:11 pm

    แวะเข้ามาเยี่ยมครับ และอ่านด้วย สมัยก่อนผมก็เคยไปใช้ฟรี เพิ่งทราบว่าตอนนี้ต้องใช้วิธีล๊อคอินแล้ว

    มีโอกาสคงได้เจอกันครับ

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: