หน้าแรก > การเมือง > โบกมือลา "ประชาธิปไตย."

โบกมือลา "ประชาธิปไตย."


ใครสังเกตอะไรบ้างอย่างในม๊อบเสื้อแดงรอบนี้ไหม หลายคนอาจเห็นเป็นแค่ข้อปลีกย่อย แต่สำหรับผมแล้วมันน่าสนใจทีเดียว เนื่องจากมันเป็นความต่อเนื่องนับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยา ในประเด็นว่าด้วยพระมหากษัตริย์กับระบอบประชาธิปไตย ภายใต้คำว่า “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” คงไม่มีทางเห็นเป็นอื่นไปได้ว่า คมช. และพันธมิตรประชาชนฯ คือผู้ทำให้คำ ๆ นี้กลายความและกินความหมายมากไปกว่าเดิม

จากคำธรรมดาที่ท่องจำกันไปงั้น ๆ  ต้องนำมาใส่เครื่องหมายอัญประกาศประกาศความหมายอันเฉพาะเจาะจง ให้ต่างไปจากคำ ๆ เดียวกันนี้ที่ปรากฎในหนังสือเรียนเด็กประถม

ดูเหมือนว่าเมื่อเริ่มแรกของกระแสต่อต้านรัฐประหารของ คมช.  มีการดีเบทถึงส่วนขยาย “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ดุเดือดเคร่งเครียด พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วย “ระบอบประชาธิปัตย์” เท่านั้นเป็นพอ ไม่จำเป็นต้องมีส่วนขยายใด ๆ อีกแล้ว  การมีข้อความ “อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” มาคอยกำกับคัดท้าย แสดงให้เห็นถึงการยินยอมให้อำนาจนอกเหนือระบอบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอำมาตยา/เผด็จการ/ศักดินาแล้วแต่ใครจะเรียก แทรกแซงระบอบการเมืองที่มีการเลือกตั้งเป็นหัวใจ

ไม่ว่าจะพวกแดงสังกัดแม้ว พวกสวมครุยสายนักวิชาการหรือเอ็นจีโอทางการเมือง พวกประชาคมประชาไทยหรือฟ้าเดียวกัน ก็ยืนยันเป็นหนักแน่นว่ากำลังต่อสู้กับเผด็จการเพื่อเอา “ระบอบประชาธิปไตย” คืนมา เอา “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ของพวกศักดินาล้าหลัง (ไม่ยอมตกอยู่ใต้ “วาทกรรมการพัฒนา”) ของพวกมึงคืนไป

แล้วม๊อบแดงวันนี้หละ หลังจากกำหนดเป้าหมายแล้วว่าแค่ “อำมาตย์” ไม่ก้าวล่วงถึง “กษัตริย์”  ก็ต้องกลับมาอ้างว่ากำลังปกป้อง “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ไม่ต่างไปจาก คมช. หรือ พฅธม. ไม่รู้เหมือนกันว่านักวิชาการหรือเอ็นจีโอผู้ปกป้องประชาธิปไตยจะตระหนักไหมว่า “ผิดคอนเซ็ปต์” ไปจากแต่แรก  ไม่รู้ว่าใจ อึ้งภากรณ์จะโศกเศร้าเพียงไหน ถ้าได้ยินคำนี้จากปากมวลชนเสื้อแดงที่เขาฝากความหวังไว้ แล้วพากันถอนตัวถอดเสื้อแดงมาใส่เสื้อขาวแทน (ฮา)

ผมเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของไมเคิล ไรท์ ในหนังสือ Hi-Class นานมาหลายสิบปีแล้ว เขาพูดถึงคำว่า “วัฒนธรรม” นั้น แทบจะไม่หลงเหลือความหมายในตัวเองอีกต่อไปแล้ว ดังเช่น สถานที่ราชการบังคับให้คนแต่งกายสุภาพตามวัฒนธรรม แต่ผมยืนยันว่าจะใส่เสื่อยืด กางเกงขาสั้น ลากรองเท้าแตะ ตามวัฒนธรรมของผม หรือผมไม่เยี่ยวในห้องน้ำแต่ขอเป็นเสาไฟฟ้าแทน นี่ก็ถือว่าเป็นวัฒนธรรม  เป็นต้น  เมื่อมันว่างเปล่าและกลวงโบ๋ ไรท์จึงบอกว่าคำ ๆ นี้ต้องมีส่วนขยาย เพื่อให้มันมีความหมายที่สมบูรณ์เพื่อนำไปใช้สื่อความกันได้ เช่น วัฒนธรรมจีน วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมหลวง วัฒนธรรมราษฎร์ วัฒนธรรมชนชั้นกลาง หรือวัฒนธรรมไพร่ ฯลฯ

ในสองสามปีมานี้ คำว่า “ระบอบประชาธิปไตย” ก็กำลังประสบกับชะตากรรมไม่ต่างไปจากคำว่า “วัฒนธรรม” ของไรท์ เมื่อมันว่างเปล่าและกลวงโบ๋ ใครหน้าไหนก็อ้างว่า “กูเป็นประชาธิปไตย” ได้ทั้งนั้น

เมื่อมันไม่มีความหมายแล้วจะไปสื่อสารสร้างความเข้าใจกับผู้คนได้อย่างไร จึงไม่แปลกที่ “ระบอบประชาธิปไตย” ต้องเติมส่วนขยาย แกนนำเสื้อแดงต้องกลืนน้ำลายไม่เช่นนั้นคนก็ไม่เป็นแสน (ตามราคาคุย) อิอิ  พอกันที่กับ “ระบอบประชาธิปไตย.”

Advertisements
หมวดหมู่:การเมือง
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: