หน้าแรก > วัฒนธรรมบริโภค > มวลชนพลาสติก

มวลชนพลาสติก

พฤษภาคม 22, 2009 ใส่ความเห็น Go to comments

เมื่อวานนี้ (21 พ.ค. 52) ช่วงหลังเที่ยงจนใกล้เย็น ผมกับคนอีกหลายพันหลายแสนคนที่ถือบัตรเอทีเอ็มของกสิกรไทยได้รวมทุกข์กันชั่วคราว ข่าวจาก sms แจ้งว่าเป็นเวลานานห้าชั่วโมงทีเดียว

ผมออกจากบ้านก่อนเที่ยงราวครึ่งชั่วโมง เปิดกระเป๋าสตางค์เหลือเงินติดไว้แค่ 50-60 บาท เป็นเรื่องเสี่ยงมากสำหรับปัจจุบัน ที่จะพกทรัพย์แค่นี้เดินทางในกรุงเทพฯ หากต้องไปโน้นมานี่ด้วยบริการสาธารณะ ขึ้นรถเมล์ต่อรถไฟฟ้าก็น่าจะปาเฉียดร้อยได้ไม่มาก แต่ในใจก็สั่งให้ทำตามความเคยชิน เพราะปลายทางแห่งแรกที่จะไปคือธรรมศาสตร์ ไปกินข้าวเที่ยงแล้วกดเงินจากเอทีเอ็ม เพราะในโรงอาหารริมน้ำมีตู้เอทีเอ็มกสิกรไทยตั้งอยู่ (ซึ่งผมคิดว่าหาใช้บริการได้ไม่ง่ายนักหากเทียบกับความใหญ่โตของธนาคาร และเทียบกับธนาคารยี่ห้ออื่น)

ผมหมดเงินไป 30 บาท จ่ายเป็นค่าข้าวราดแกงสามอย่าง กินเสร็จก็ว่าจะหากาแฟต่อสักแก้ว นั่นไง… ตู้เอทีเอ็มกสิกรไทยที่อยู่ในจินตนาการ มาตั้งแต่ที่บ้าน มันยืนอวดตัวเองสีเขียว ขนาบข้างด้วยเพื่อนต่างยี่ห้อ ขวาเป็นกรุงเทพ ซ้ายเป็นกรุงไทย

เดินไปถึงเสียบบัตรกดรหัส สักพักหน้าจอมอนิเตอร์แจ้งผล “ขออภัยในความขัดข้อง…” ปรากฎว่าเบิกเงินไม่ได้ เครื่องแนะนำว่าให้ใช้บริการที่ตู้ข้างเคียง ไอ้ตู้ข้างเคียงของกสิกรไทยตู้นี้มันต้องเดินไปถึงท่าพระจันทร์เชียวนะ เลยตัดใจเสียบบัตรที่เครื่องของกรุงเทพข้าง ๆ  ที่ลังเลก็เพราะไม่แน่ใจว่า ครบโควต้าเบิกจากตู้ต่างธนาคารหรือยัง ไม่อยากเสียฟรีห้าบาท (เดิมแค่สามบาท ขึ้นพรวดเดียวเป็นห้าบาท แม่ง!!! เกือบร้อยเปอเซ็นต์ เท่าตัวทีเดียว) เครื่องของกรุงเทพกลืนบัตรหายไปนานร่วมนาทีได้ นานจนผิดสังเกต (แต่ผมยังไม่เฉลียวใจ) แล้วแจ้งว่าการสื่อสารขัดข้องไม่สามารถทำรายการได้

ผมได้แต่หัวเสีย คิดว่าทำไมซวยอย่างนี้ ต้องแก้ซวยด้วยการออกแรงเดินไปท่าพระจันทร์

ไปถึงแล้วก็ต้องชะงัก เพราะหน้าจอแจ้งความไม่ต่างจากเครื่องในโรงอาหาร ขอให้มึง (กู) ไปใช้เครื่องข้างเคียง มันมีเหลือที่ไหนอีกหว่า… นึกออกแล้วบนท่าเรือ เดินไปใกล้นิดเดียว ก็รีบจ้ำฝ่าอากาศร้อน ด้วยอาการร้อนเงิน อยากจับเงินกระดาษ แต่ก็พบกับเหตุการณ์เดิม เครื่องแม่งเสียอีกแล้วโว้ย!!! นึกขึ้นได้ว่าไอ้บริษัทนี้มันมาเปิดสาขากำแพงธรรมศาสตร์ติดกับท่าเรือเลย เมื่อกี้ก็ผ่านมา เดินไปถึงก็พบพนักงานมายืนอธิบายความให้ลูกค้าท่านหนึ่ง ข้าง ๆ มีเอทีเอ็มสองตู้แปะกระดาษสีขาว ไม่ต่างจากผ้าคลุมหน้าศพ บอกว่าใช้งานไม่ได้ ตายชั่วคราว

ผมจึงทราบแล้วว่า เอทีเอ็มของธนาคารนี้เจ๊งทั่วทั้งประเทศ ทำห่าอะไรไม่ได้ เอาบัตรไปกดเงินจากธนาคารอื่นก็ไม่ได้ …ขอความกรุณารออีกหน่อยนะคะ ทำอะไรไม่ได้เลย…

แค่ตัวเรายังรู้สึกแย่เลย ลองนึกถึงคนอื่นที่ต้องทำมาหากินผ่านบัตรพวกนี้ ไม่ต้องอะไรหรอก สมมติว่าผมเกิดไปอยู่ต่างจังหวัด แล้วต้องกลับบ้านช่วงเวลานี้พอดี ไปจองตั๋วไว้แล้ว ไปถึงสถานีหรือสนามบินแล้ว ด้วยความเคยชินไปกดเงินเอาที่นั้นเพื่อจ่ายค่าเดินทาง เมื่อต้องเผชิญเหตุขัดข้องโดยผู้ให้บริการเสียเอง ไม่ใช่ว่าเราไม่มีเงินในบัญชีสักหน่อย มันจะน่าโมโหสักแค่ไหน

นึกถึงเพลง “ดอกไม้พลาสติก” ของเรวัต พุทธินันท์ขึ้นมาทันที “…ถึงสวยก็ทำด้วยพลาสติก พลาสติกจึงเป็นเพียงสิ่งปลอม ๆ …”

สภาพตอนนั้นมันก็แค่เป็นปลายทางของเม็ดพลาสติกที่เอามาขึ้นรูปเป็นการ์ด แล้วพิมพ์ลายเคลือบมัน นอกจากเอาไว้ดูแล้วจะทำอะไรได้อีก คนหิวอยากกาแฟจะเอามันมาละลายน้ำแดกก็ไม่ได้ เหลือแต่จะเอาไปเป็นอุปกรณ์เล่น “เสียบโบ๋” (การพนันแบบตาดีได้ตาร้ายเสียชนิดหนึ่ง) ก็ไม่น่าจะเหมาะ เพราะตัวบัตรหนาเกินไปอีก

ผมลองค้นข้อมูลดู พบว่ากสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งแรกของสยาม และยังเป็นแห่งแรกที่ให้บริการบัตรเครดิต ตั้งแต่ปี 2516 เสียด้วย (ปีเกิด 14 ตุลาพอดี พวกคนเดือนตุลานี่โตมากับทุนนิยมจริง ๆ)

ที่สำคัญผู้บริหารของธนาคารเขาว่าเก่งกล้าสามารถ พูดอะไรก็เป็นเรื่องดัง ไหน ๆ จะสร้าง “แบรนด์” จะ “รีแบรนด์” กันแล้ว ไม่อยากเป็นชาวนาไทย (Thai Farmer) แต่อยากเป็นศักดินาตามประสาใช้คำแขก (Kasikorn) ก็จะรอดูซิว่า จะมีความสามารถเยียวยาปัญหาย้อนหลัง ให้กับคนที่เสียหายจากบริการของตัวเองได้อย่างมีกึ๋นสักแค่ไหน? ประทานโทษเถอะครับ… ถ้าทำได้แค่แถลงการณ์ขออภัยในความไม่สะดวก ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ก็อย่าทำเลยพ่อคุณ เสียเวลาเสียค่าเรียนเอ็มบีเอไปเปล่าประโยชน์ พวกพี่ ๆ วินมอเตอร์ไซด์เขาก็คิดได้ครับ

ลองใช้ปัญญาหามาตรการที่เป็นรูปธรรมจะได้ไหมเอ่ย เช่นว่าแสดงความเป็นลูกผู้ชายกล้าทำกล้ารับผิดชอบ สังเวยความผิดพลาดของตนด้วยการเฉือนเนื้อตัวเอง ด้วยการงดเก็บค่าให้บริการบัตรที่หักปีละ 100 บาทในปีนี้ทุกบัตรทุกบัญชี เป็นต้น  ยอมอดเงินกินเปล่าแค่ไม่กี่ร้อยกี่พันล้านเพื่อซื้อใจลูกค้าตัวเอง กล้าไหมว่ะ!!!

ถ้าไม่ยอมทำอะไรเลย ผมก็คิดเอาว่าหากได้ทำมาหากินเป็นทนายความจะหาคนเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้มาสักสองสามเคส แล้วฟ้องร้องให้ธนาคารจ่ายชดเชยค่าเสียโอกาสแพง ๆ เสียเลย

Advertisements
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: