Archive

Archive for กันยายน, 2010

หนุ่ม-สาว-เฮีย กับความจริงอิงวิทยาศาสตร์

กันยายน 26, 2010 ใส่ความเห็น

เมื่อเรื่องอื้อฉาวระหว่างซุปเปอร์สตาร์หนุ่มกับตัวประกอบสาวเดินไปได้ช่วงสั้นๆ เฮียก็ออกมา ออกมาตัดไฟเสียแต่ต้นลม การสั่งระงับงานทั้งหมดของชายหนุ่มคนดัง ย่อมเรียกเสียงชื่นชมยกย่อง ในฐานะผู้หลักผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบสังคม ปฏิเสธพฤติกรรมอื้อฉาวของเด็กในสังกัด

“ไม่อยากให้ใช้อารมณ์ความรู้สึก แต่อยากให้พิสูจน์ความจริงแบบวิทยาศาสตร์ อยากให้ตรวจดีเอ็นเอ เพราะว่าอย่างน้อยเด็กก็ควรรู้ว่าใครเป็นพ่อ” เฮียเขาว่า

ไม่มีใครปฏิเสธการหาความจริงด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เพราะวิทยาศาสตร์ไม่เอนเอียงเข้าข้างใคร ไร้ความรู้สึก  แต่คนที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ต่างหาก ที่มีเลือดเนื้อ และมีอารมณ์ความรู้สึก  ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ได้รับผลกระทบแต่ละราย ต่างมี “ภูมิคุ้มกันทางสังคม” ไม่เท่ากัน  ความจริงทางวิทยาศาสตร์จึงอาจทำร้าย พอๆ กับสร้างประโยชน์ให้กับมนุษย์

คิดกันดูว่า หากฝ่ายหญิงยอมให้เด็กตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูกกับฝ่ายชาย แน่นอนว่าผลต้องออกมาเป็นสองทาง  ทางแรก) ฝ่ายชายเป็นพ่อจริง ตามคำอ้างของแม่เด็ก อะไรจะเกิดขึ้นกับเขา?  แต่ทางต่อมา) ถ้าเขาไม่ใช่พ่อ อะไรจะเกิดขึ้นกับฝ่ายหญิง? ลองคำตอบสองทางนี้ก่อน แล้วลองชั่งน้ำหนักดูว่า ชายหรือหญิงจะ “อ่วม” กว่ากัน?

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

ทดสอบของใหม่ๆ

กันยายน 20, 2010 ใส่ความเห็น

มันมีอะไรให้เล่นอีกเยอะ เช่น Geo-tagging  แล้วมันให้ประโยชน์อะไรเราว่ะ, เพิ่งเห็นว่าใน wordpress ก็มี

หมวดหมู่:เรื่องส่วนตัว

ดาราข่าว

กันยายน 18, 2010 ใส่ความเห็น

มีคนเขียนถึงรูปแบบการรายการข่าวของช่อง 3  ที่ได้ประยุกต์เอาวิธีการแบบผู้จัดละครมาใช้

…..

ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 กล่าวว่า ทีมข่าวแต่ละทีมที่เข้ามาช่อง 3 จะทำสัญญาในรูปแบบบริษัท เหมือนกับการจ้างเอาต์ซอร์ส ข้อดีคือความคล่องตัวและให้อิสระแต่ละทีมงานได้สร้างสรรค์เต็มที่ เช่นเดียวกับผู้จัดละครแต่ละรายที่ผลิตละครให้กับช่อง 3 อยู่ในขณะนี้ โดยที่ฝ่ายการตลาดของสถานีจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการหารายได้จากโฆษณาและผู้สนับสนุน

“ในปีที่ 6 ของครอบครัวข่าว เราลงทุนค่อนข้างมาก ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ทั้งคาราวานข่าวที่ออกไปทำข่าวต่างจังหวัด หรือการส่งคนไปทำข่าวต่างประเทศ แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” ประวิทย์ กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า รูปแบบการทำธุรกิจของครอบครัวข่าว ส่วนใหญ่สถานีจะจ้างในรูปแบบบริษัท และคิดต้นทุนเป็นค่าผลิตต่อตอนเช่นเดียวกับละคร ข้อดีคือสถานีไม่ต้องแบกรับต้นทุน โดยเฉพาะบุคลากรจำนวนมาก แต่ละบริษัทไปบริหารเอง ขณะเดียวกันสามารถวางแผนการหารายได้ให้ครอบคลุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น

…..

แรกเห็นหัวเรื่องของรายงานชิ้นนี้ “นำโมเดลละครปั้นธุรกิจข่าว-วิก3หวังรายได้พันล้าน” ก็นึกว่าจะได้อ่านสิ่งที่ตรงกับใจ แต่ไม่ใช่ กลับกลายเป็นได้รู้ในอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราไม่ฉุกคิดมาก่อน ทว่าก็ยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วนดีนัก ขออนุญาติเติมของผมไปอีก ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องนักข่าวภาคสนามหลายคนสังเกตเห็นอยู่แล้ว

อ่านเพิ่มเติม…

วัฒนธรรมคนอย่างนิธิ

กันยายน 17, 2010 ใส่ความเห็น

เพิ่งจะได้อ่านสมศักดิ์ เจียม” วิจารณ์ “นิธิ เอียวศรีวงศ์” แรงๆ

…..

ยิ่งนิธิ เอียวศรีวงศ์ ยังคงพูดและเขียนในเชิงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนี้เท่าไร ยิ่งทำให้การที่เขาไปร่วมเป็นกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นเป็นการกระทำที่ไร้ความ decency พื้นๆ ของความเป็นมนุษย์มากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้น ปัญญาชน นักนสพ. จำนวนหนึ่ง ที่อาจจะ “ไม่สบายใจ” กับการที่นิธิไปร่วมเป็นกรรมการ พยายาม “ปลอบใจตัวเอง” หรือให้ “คำอธิบาย” ทำนองนี้  ด้วยการยกเอาการที่นิธิยังคงพูดและเขียนในลักษณะ “ไม่ขึ้นต่อรัฐบาล” หรือกระทั่ง “วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล” มาอ้าง หาได้คิดว่า ความจริง ยิ่งนิธิยังคงเขียนเชิงวิพากษ์รัฐบาลเท่าไร ยิ่งเป็นการประจานความไม่มี decency ของตัวเองมากขึ้นเพียงนั้น

…..

จะว่าไปก็ไม่ผิด แต่บางครั้งเราสามารถอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากกว่าหนึ่งเดียว และจะว่าไปแล้วคนวิจารณ์ก็ไม่ได้พยายามที่จะทำความเข้าใจ “วัฒนธรรมคนอย่างนิธิ” สักเท่าไหร่

ผมกลับเห็นว่ามีความชอบธรรมที่นิธิสามารถชี้แจงการเข้าร่วมเป็นกรรมการปฏิรูปประเทศ อย่างน้อยก็สักสองประเด็น

หนึ่ง) ตัวเขาเองสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง และเป็นผู้สร้างความชอบธรรมไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมให้กับปฏิบัติการเสื้อแดง โดยย้ำอยู่เสมอว่าเป็นขบวนการประชาธิปไตยของแท้ ไม่เกี่ยวอะไรกับการมีอยู่ของทักษิณแม้แต่น้อย กล่าวได้ว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวาทศิลป์ “ข้ามพ้นทักษิณ” ไม่สนใจในข้อเท็จจริงเลยว่าแดงที่เห็นๆ เกี่ยวโยงสัมพันธ์อย่างไรกับการเมืองของทักษิณ

ฉะนั้นจะแปลกอะไรกับการมาเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศ ให้ก้าวไปข้างหน้า ไปตามทิศทางที่เขาคิดว่าถูกต้อง เพราะมันไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาลนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับอภิสิทธิ์ หรือพูดให้ชัด นิธิ “ข้ามพ้นอภิสิทธิ์” ไปแล้ว

การมาเป็นกรรมการปฏิรูปฯ ย่อมช่วยยืนยันจุดยืนของตัวเองว่า มีเพียง “มาตรฐานเดียว” หาได้ “สองมาตรฐาน” แบบว่า “ข้ามพ้นทักษิณ” แต่ “ข้ามไม่พ้นอภิสิทธิ์” ติดยึดอยู่แต่สี่แยกคอกวัว-ราชประสงค์ขอคืนพื้นที่-กระชับพื้นที่ร่ำไป

สอง) ในฐานะที่มีส่วนสร้างความชอบธรรมและนำไปสู่ความเข้มแข้งของพวกนปช.และเสื้อแดง ถ้าในวันแรกๆ เขาวิพากษ์เสื้อแดงอย่างจริงจัง มองเห็นทักษิณอยู่ในขบวนการ ความฮึกเหิมจนนำไปสู่ความเสียหายก็มาจากความคิดความเชื่อที่ว่าพวกตัวเองเป็นฝ่ายถูก มีสถาบัน/นักวิชาการคอยประทับรับรอง นิธิก็เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนผลักให้ชาวบ้านไปตาย

การเข้าเป็นกรรมการปฏิรูปฯ อาจเป็นความพยายามไถ่บาปให้ตัวเองก็ใคร ใครจะไปรู้