ดาราข่าว

กันยายน 18, 2010 ใส่ความเห็น Go to comments

มีคนเขียนถึงรูปแบบการรายการข่าวของช่อง 3  ที่ได้ประยุกต์เอาวิธีการแบบผู้จัดละครมาใช้

…..

ประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 กล่าวว่า ทีมข่าวแต่ละทีมที่เข้ามาช่อง 3 จะทำสัญญาในรูปแบบบริษัท เหมือนกับการจ้างเอาต์ซอร์ส ข้อดีคือความคล่องตัวและให้อิสระแต่ละทีมงานได้สร้างสรรค์เต็มที่ เช่นเดียวกับผู้จัดละครแต่ละรายที่ผลิตละครให้กับช่อง 3 อยู่ในขณะนี้ โดยที่ฝ่ายการตลาดของสถานีจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องการหารายได้จากโฆษณาและผู้สนับสนุน

“ในปีที่ 6 ของครอบครัวข่าว เราลงทุนค่อนข้างมาก ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ทั้งคาราวานข่าวที่ออกไปทำข่าวต่างจังหวัด หรือการส่งคนไปทำข่าวต่างประเทศ แต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า” ประวิทย์ กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า รูปแบบการทำธุรกิจของครอบครัวข่าว ส่วนใหญ่สถานีจะจ้างในรูปแบบบริษัท และคิดต้นทุนเป็นค่าผลิตต่อตอนเช่นเดียวกับละคร ข้อดีคือสถานีไม่ต้องแบกรับต้นทุน โดยเฉพาะบุคลากรจำนวนมาก แต่ละบริษัทไปบริหารเอง ขณะเดียวกันสามารถวางแผนการหารายได้ให้ครอบคลุมต้นทุนได้ง่ายขึ้น

…..

แรกเห็นหัวเรื่องของรายงานชิ้นนี้ “นำโมเดลละครปั้นธุรกิจข่าว-วิก3หวังรายได้พันล้าน” ก็นึกว่าจะได้อ่านสิ่งที่ตรงกับใจ แต่ไม่ใช่ กลับกลายเป็นได้รู้ในอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราไม่ฉุกคิดมาก่อน ทว่าก็ยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วนดีนัก ขออนุญาติเติมของผมไปอีก ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องนักข่าวภาคสนามหลายคนสังเกตเห็นอยู่แล้ว

โมเดลแบบผู้จัดละครอิสระที่ผู้บริหารสถานีเอ่ยถึงนั้น มันมิได้จำลองแบบเอามาแค่วิธีการบริหารจัดการเท่านั้น แต่นำเอา “สาระสำคัญ” ของละครมาก่อน ช่อง 3 ถือเป็นแนวหน้าของการนำเสนอข่าวให้มีอารมณ์ลักษณะแบบละครอย่างเห็นได้ชัดๆ

เบื้องต้น จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม เรารับทราบข่าวสารของการระดมผู้ประกาศจากช่องต่างๆ มาตัวกันอยู่ที่ช่องนี้ ด้วยภาษาง่ายๆ ว่า “ซื้อตัว” หรือไม่ก็เรียกคนข่าวผู้นั้นว่าได้ “ย้ายค่าย”  เราหยิบใช้สำนวนพวกนี้อย่างสะดวกปาก โดยไม่ตะขิดตะขวงใจเลยว่า มันควรจะเก็บไว้ใช้กับดาราเท่านั้น เช่น บอกว่า “พี่ป๋อ” ถูกช่อง 3 ซื้อตัว หรือ “พี่ป๋อ” ย้ายค่ายมาอยู่ช่อง 3 แล้ว

ด้วยเหตุนี้เองคนข่าวทีวีจึงกลายมามีรูปลักษณะที่คล้ายกับดารามากขึ้น มีค่าตัว สามารถถูกซื้อตัวได้ บางทีเราก็ไม่ค่อยจะรู้จักบางคนเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเก่งแค่ไหน แต่พอถูก “ซื้อตัว” ก็ดูมีค่าขึ้นมาทันที เออ… เขาก็น่าจะเก่งเนอะ  โมเดลแบบ “ระบบดารา” (star system) ถูกนำมาใช้กับตัวบุคลากรข่าวด้วย

…..

“ที่สำคัญที่สุดของรายการข่าวคือ พรีเซนเตอร์ หรือ ผู้ประกาศข่าว ซึ่งมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันไป เป็นเหตุผลที่ช่อง 3 ยังเสริมทีมข่าวเข้ามาเรื่อยๆ แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่การสร้างรายได้มีมากกว่า” สุรินทร์กล่าว

…..

“ความร่วมมือทางธุรกิจแบบครอบครัวข่าวเป็นการทำสัญญาทั้งกระดาษและสัญญาใจ เหมือนกับละครที่ได้ดาราเก่งๆ เข้าไป ซึ่งสุดท้ายช่องจะได้ประโยชน์ทั้งในแง่ภาพลักษณ์และรายได้ตามมา” เขมทัตต์กล่าว

…..

และด้วยความมีลักษณะของดารา จึงย่อมพาให้การนำเสนอข่าวมีสีสัน ไม่ว่าสนุกตื่นเต้น วิตกกังวล หรือเวทนาสงสาร การเสพข่าวในปัจจุบันจึงมีใช่แค่การรับเอาข้อมูลข่าวสารเท่านั้น แต่ยังต้องเสพเอาความรื่นรมย์ไว้อีกด้วย

การรายงานข่าวจึงมิใช่แค่ information แต่เป็นสิ่งที่เรียกกันว่า infotainment  ถือว่าช่อง 3 เป็นแนวหน้าของเรียกนี้ได้

 

ประเด็นที่น่าสนใจต่อไปก็คือ ที่พูดถึงตัวผู้ประกาศคนใหม่ ที่มิได้มาแต่ตัว

….. ล่าสุดทีมของเชิงชาย ภายใต้บริษัท ทำดี มีรวย เข้ามาทำรายการตู้ ปณ.ข่าว 3 โดยใช้เวลาของรายการสีสันบันเทิงสดเดิมในช่วงเวลา 14.00 น …..

น่าคิดว่า เมื่อผู้ประกาศเข้ามารับงานพร้อมกับบริษัทของเขา ก็ย่อมต้องมีรายได้ของบริษัท รายได้บริษัทย่อมตกถึงมือผู้ประกาศด้วย แต่ขณะเดียวกัน ผมก็เชื่อว่าเขาก็เป็นพนักงานของช่อง 3 ด้วยใช่หรือไม่? ก็ต้องกินเงินเดือนช่อง 3 ด้วยสินะ  สรุปว่ามีรายได้สองทาง จะถูกไหม?

แล้วนักข่าวภาคสนามของช่อง 3 ล่ะ  พวกนักข่าวโนเนมที่ไม่ใคร่มีใครจะรู้จัก ที่วิ่งแบกกล้องถือไมโครโฟนไปจ่อปากแหล่งข่าวคนนั้นคนนี้ เขาได้ค่าตอบแทนคุ้มกับแรงที่เขาสูญเสียไปไหม ได้รับเงินเดือนแบบทวีคูณสองทางบ้างด้วยหรือเปล่า?

ประการต่อมาที่น่าสนใจกว่า ว่าด้วยลักษณะขององค์กรข่าว ไม่ว่าจะเป็นสื่อหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน นั่นคือ แบ่งเป็นกองบรรณาธิการต่างๆ หรือเป็นโต๊ะข่าว เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือกีฬา แต่ละกองก็มี บ.ก. ของตัวเอง มีลูกน้องลดหลั่นลงมา ไปจนถึงมีนักข่าวภาคสนามที่สังกัดแต่ละกองหรือแต่ละโต๊ะข่าว

เมื่อในแต่ละช่วงเวลาข่าว มีบริษัทนอกเข้ามารับงาน ไปสร้างสรรค์รายการของตัวเองแล้ว แน่นอนว่านักข่าวยังมีอยู่แน่ๆ แต่ระบบกองบรรณาธิการหรือโต๊ะข่าวจะยังมีอยู่หรือเปล่า? หรือหัวหน้าข่าวหรือบรรณาธิการข่าวการเมืองของช่อง 3 ยังมีอยู่อีกไหม? ถ้ามี ก็มีแต่เพียงในนาม หรือมีบทบาทในการรายงานข่าวสักแค่ไหน?

รูปแบบการจัดองค์กรภายในของงานข่าวตรงนื้ต่างหาก ที่ว่าน่าสนใจ และน่าจะหยิบไปทำวิทยานิพนธ์ได้ ใครเรียนนิเทศหรือวารสารศาสตร์ก็น่าจะลองดู

Advertisements
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: