หน้าแรก > อวารสารศาสตร์ > จะเหมาหรือจะแยกก็มีสิทธิโดน

จะเหมาหรือจะแยกก็มีสิทธิโดน

พฤศจิกายน 17, 2011 ใส่ความเห็น Go to comments

ช่วงนี้ข่าวนิรโทษกรรมทักษิณกำลังร้อน ด้วยที่มาของข่าวเป็นประเด็นทางกฎหมายจึงหนีไม่พ้นที่นักข่าวจะต้องสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักกฎหมาย และในพวกที่เรียกรวมๆ ว่า “นักกฎหมาย” มีกลุ่มย่อยที่เรียกว่า “อาจารย์คณะนิติศาสตร์” ร่วมอยู่ด้วย

เวลาที่เห็นพาดหัวข่าวหรือแม้การรายงานผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งต้องสั้นและกระชับ ได้พาดพิงถึงคนกลุ่มนี้แล้ว ก็รู้สึกหวาดเสียวแทนคนทำงานข่าวในทุกวันนี้ไม่ได้ ยิ่งในสภาพสังคมแตกแยกแบ่งฝ่ายเช่นนี้ สามารถโดนด่าได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง

ว่าแล้วก็จะโชว์ “เกรียน” ให้เป็นที่ประจักษ์ (อิอิ)

  • วันก่อนเจอหัวข่าว: คณาจารย์นิติศาสตร์เตรียมแถลง ต้านพรฎ.อภัยโทษทักษิณ”

เกรียน – อย่ามาเหมารวมนะ ใช่ว่าอาจารย์นิติศาสตร์ทั่วประเทศเขาจะคิดไปทางเดียวกัน อย่างอาจารย์ “นิติราษฎร์” เขาก็มีหลักคิด ยึดหลักนิติธรรม พยายามนำความเป็นธรรมกลับสู่บ้านเมือง ไปถามเขาหรือยังว่าคิดอย่างไร

  • วันนี้เจอหัวข่าว: คณาจารย์นิติศาสตร์ฝ่ายตรงข้าม “นิติราษฎร์” เตรียมแถลง ต้านพรฎ.อภัยโทษทักษิณ”

เกรียน – เขียนอย่างนี้หมายความว่า พวกอาจารย์นิติราษฎร์กำลังสนับสนุนให้อภัยโทษคุณทักษิณใช่ไหม ทำไมต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่ายด้วย ไปถามเขาหรือยังว่าคิดอย่างไร

ทั้งที่ “คณาจารย์” ของทั้งสองเรื่องก็เป็นอาจารย์กลุ่มเดียวกัน

อาชีพนักข่าวต้องทำงานใกล้ชิดกับภาษา โดยเฉพาะนักข่าวหนังสือพิมพ์นั้นต้องเน้นไปที่ภาษาเขียนเป็นหลัก และอย่างที่ว่ากันไว้ “ภาษานั้นดิ้นได้”  อาการดิ้นได้ที่ว่าอันตรายเสียด้วยในยุคนี้

Advertisements
  1. พฤศจิกายน 20, 2011 ที่ 9:45 am

    นักข่าวก็เป็นปุถุชนคนธรรมดา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคมซึ่งมีทัศนคติ
    และอคติไปตามภูมิหลังของตน เหมือนคนทั่วๆไป เพียงแต่คนในอาชีพอื่นๆ
    ไม่มีหน้าที่มารายงานเหตุการณ์ต่อสาธารณะให้ต้องเจอ “เกรียน” เท่านั้นแหละ

    ข่าวที่เขียนออกไปจะสะท้อนทัศนคติของผู้เขียนออกไปโดยธรรมชาติ
    ซึ่งจะส่งกลิ่นให้ฝ่ายที่เห็นผู้เขียนเป็นฝ่ายตรงกันข้ามเข้ามา “เกรียน”

    การรายงานข่าว ทำอย่างไรก็ไม่เป็นกลางหรอกครับ
    ผู้อ่านแต่ละคนก็ไม่ได้อยากให้นักข่าวเป็นกลาง
    แต่อยากให้เป็นฝ่ายตัวเองมากกว่า

  2. พฤศจิกายน 20, 2011 ที่ 9:55 am

    ลองใส่คำว่า “นักข่าว” แทนลงในคำว่า “นักปราชญ์”
    และคำว่า “รายงานข่าว” แทนลงใน “ศึกษา”
    ในบทกวีของ คาลิล ยิบราน บทนี้ดูนะครับ

    นักปราชญ์กล่าวแก่คนกวาดถนนว่า
    “ฉันสงสารเธอ งานของเธอหนักและสกปรก”
    และคนกวาดถนนตอบว่า
    “ขอบคุณครับ แต่ได้โปรดบอกว่า ท่านทำงานอะไร”
    และนักปราชญ์ตอบว่า
    “ฉันศึกษาจิตมนุษย์ พฤติกรรมและความปรารถนาของเขา”
    แล้วคนกวาดถนนก็กวาดถนนต่อไป พลางยิ้มและกล่าวว่า
    “ผมสงสารท่านด้วย”

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: