หน้าแรก > การเมือง > ยืมปาก ‘มหาเธร์’ ด่านายกฯ ฟอกน้องขุนคลังพร้อมทาสี (20 ตุลาคม 2542)

ยืมปาก ‘มหาเธร์’ ด่านายกฯ ฟอกน้องขุนคลังพร้อมทาสี (20 ตุลาคม 2542)

กันยายน 15, 2013 ใส่ความเห็น Go to comments

กรุงเทพ–20 ต.ค.–ไทยโพสต์–ทำเนียบรัฐบาล – รายงานอัปยศสอบแบงก์กรุงไทยอุ้มน้อง รมว.คลัง  แอบเคลียร์ให้หมดโดยไม่ต้องสั่ง  ผู้ตรวจการอ้างเพื่อให้สังคมสงบสุข ปกปิดรายละเอียดอ้างกฎหมายไม่อนุมัติ  ฝ่ายค้านหยันนายกฯเป็นตัวตลก โดนมหาเธร์ด่าโง่เง่าไม่รู้ตัว  ชี้ผู้นำมาเลเซียตบหน้าแก้ปัญหาไร้ภูมิปัญญาตามก้นฝรั่ง  ชวนโต้จิ๋วอยู่วัดอยู่กับคนดีไม่ใช่อยู่กับโจร

คณะผู้ตรวจการธนาคารพาณิชย์ที่มีนายกำจร สถิรกุล เป็นประธาน ได้เสนอรายงานผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีปัญหาธนาคารกรุงไทยต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 19 ต.ค.นี้
         
ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ปฏิเสธข้อบกพร่องของธนาคารกรุงไทยตามรายงานของบริษัทไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์สทั้งหมด ไม่ว่าตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  ขั้นตอนการให้สินเชื่อที่บกพร่อง  หรือการอนุมัติสินเชื่อก่อนแล้วจึงให้คณะกรรมการให้สัตยาบันภายหลัง
         
ในกรณีของสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  ซึ่งไพร้ซ  วอเตอร์เฮาส์รายงานว่าสูงถึง 84%  คณะผู้ตรวจการเห็นว่า  ข้อมูลของธนาคารกรุงไทยแสดงฐานะตามความเป็นจริงมากกว่า PwC โดยระบุว่า  รายงานของ PwC  ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างสินเชื่อ 42%  โดยมุ่งกลุ่มธุรกิจที่น่าจะมีปัญหามากกว่ากลุ่มอื่นๆ  และข้อมูลสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามรายงานของ PwC ที่อ้างว่าได้จัดทำตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด แต่ปรากฏว่า  ในหลายกรณีได้ดำเนินการเกินกว่าเกณฑ์ดังกล่าว  เช่น  กรณีที่รัฐค้ำประกัน  หรือกรณีกลุ่มธุรกิจที่มิได้คำนึงถึงข้อยกเว้น
         
ในกรณีเกี่ยวกับการสอบทานขั้นตอนการให้สินเชื่อ ซึ่ง PwC ระบุว่ามีข้อบกพร่องจำนวนมาก  คณะผู้ตรวจการระบุว่า  ได้ตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏข้อบกพร่องมากมายเช่นที่กล่าว สอดคล้องกับผลการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ธปท.ที่เป็นผู้ช่วยทำงาน ผลการสอบทานของ PwC ในเรื่องนี้ในบางกรณีอาจเป็นเพราะได้ข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่กระจ่าง  หรือพิจารณาจากทัศนะและทักษะที่แตกต่างกัน
        
ในกรณีการอนุมัติสินเชื่อก่อนแล้วเสนอขอสัตยาบันจากคณะกรรมการธนาคารภายหลัง คณะผู้ตรวจการระบุว่า  เป็นเรื่องที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปถือปฏิบัติกันอยู่เป็นปกติ ในกรณีของธนาคารกรุงไทยที่มีการอนุมัติก่อนแล้วขอสัตยาบันภายหลัง  มีเหตุผลที่น่าจะถือได้ว่าเป็นการสมควรทั้งสิ้น
         
คณะผู้ตรวจการยังระบุด้วยว่า  การขอสัตยาบันการอนุมัติสินเชื่อนี้ ธนาคารกรุงไทยได้ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมา ในระดับกรรมการผู้จัดการใหญ่และคณะกรรมการบริหารแต่ละชุด  ทั้งในอดีตและชุดที่เพิ่งจะพ้นจากตำแหน่งโดยการลาออก เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2542 จึงกล่าวได้ว่า  ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเป็นเรื่องผิดปกติหรือส่อแสดงไปในทางไม่สุจริตทุกกรณี  เพราะแม้แต่กรณีของลูกหนี้รายบริษัท  โรยัลเจริญกรุง  จำกัด  ก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่า  ได้รับการอนุมัติวงเงินสินเชื่อมาตั้งแต่ปี2533 โดยคณะกรรมการบริหารซึ่งมีนายเธียรชัย  ศรีวิจิตร  เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่  และได้มีการนำเสนอเพื่อขอสัตยาบันการอนุมัติสินเชื่อในคณะกรรมการบริหารชุดต่อๆ มาอีกหลายครั้ง  แม้แต่ในคณะกรรมการบริหารชุดที่เพิ่งพ้นไป  ได้ให้สัตยาบันตามที่อนุมัติสินเชื่อเช่นกัน
         
"3.4 จากผลการสอบทานลูกหนี้ที่ผ่านการนำเสนอขอสัตยาบันการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยในช่วงปี2535 ถึงปี 2542 (มิถุนายน) นั้นปรากฏว่า  ทุกรายล้วนแต่ได้รับการให้สัตยาบันทั้งสิ้น ผลการสอบทานการขอสัตยาบันการอนุมัติสินเชื่อมีข้อสังเกตเพียงหนึ่งราย  ในเรื่องระยะเวลาการนำเสนอที่เนิ่นนานไปบ้าง  แต่ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า  เป็นการปฏิบัติงานที่ล่าช้าและขาดประสิทธิภาพหรือมีการติดตามดูแลที่กระทำได้อย่างไม่ทั่วถึง  หรือมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต  หรือมีการเอื้ออำนวยประโยชน์เป็นกรณีพิเศษ"  คณะผู้ตรวจการระบุ
         
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ข้อความส่วนนี้จงใจปัดความรับผิดของนายศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่  ธนาคารกรุงไทย อย่างสิ้นเชิง  แต่หลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยชื่อนายศิรินทร์  เพราะนายศิรินทร์ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ตั้งแต่ปี 2535 มาจนถึงต้นปีนี้  นอกจากนี้  ในกรณีที่นายศิรินทร์ตกเป็นข่าวว่า  อนุมัติสินเชื่อให้โครงการโรยัลเจริญกรุง  ของนางราศรี บัวเลิศ คณะผู้ตรวจการก็แก้ข้อหาให้ว่า  เป็นการอนุมัติมาตั้งแต่สมัยนายเธียรชัย  พร้อมกับยังกล่าวย้อนคณะกรรมการชุดก่อนที่มีนายมีชัย  วีระไวทยะ  เป็นประธานด้วยว่า  เคยให้สัตยาบันการอนุมัติสินเชื่อแบบนี้หลายครั้ง  รวมทั้งรายโรยัลเจริญกรุงด้วย
         
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  โครงการโรยัลเจริญกรุงนั้น  ครั้งแรกเป็นของนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ  ต่อมาเมื่อนายรังสรรค์มีปัญหา  นางราศรีจึงมาดำเนินการแทน
         
ทั้งนี้  ยังน่าสังเกตว่า  รายงานดังกล่าวจัดทำเสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 5ต.ค.  แต่นายธารินทร์  นิมมานเหมินท์  รมว.คลัง  ใช้เวลา 14 วันจึงนำเข้าคณะรัฐมนตรี
         
นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรีว่า  ได้มีคณะผู้ตรวจการเข้าร่วมชี้แจง 2 คน  จึงเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีทุกคนซักถามอย่างละเอียด  เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า  สังคมยอมรับผลสอบสวนนี้ไม่ได้  เพราะคณะผู้ตรวจการพยายามโยงเรื่องไม่ให้พาดพิงนายศิรินทร์นายกรัฐมนตรีก็กล่าวว่า  ขึ้นกับข้อเท็จจริง  ประชาชนติดตามข้อเท็จจริงตลอดเวลา  เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครบิดเบือนข้อเท็จจริงได้  สิ่งใดที่เกิดในวันนี้จะมีผลในวันหน้า
         
เมื่อถามว่า  พอใจกับผลการสอบสวนหรือไม่  นายชวนเลี่ยงว่า  คณะรัฐมนตรีไม่ได้รู้ข้อเท็จจริงภายใน  เพียงแต่ฟังหรืออ่านเอกสารย่อๆ เท่านั้น  แต่ก็เป็นรายงานข้อเท็จจริงกว้างๆ
         
ผู้สื่อข่าวแย้งอีกว่า  ธนาคารกรุงไทยจะปลดพนักงานถึง 6 พันคน  หากสถานะดีทำไมจึงต้องปลดจำนวนมากเพียงนี้ นายชวนกล่าวว่า  คงเป็นคนละประเด็นกัน เข้าใจว่า  ทุกสถาบันการเงินจำเป็นต้องปรับลดกำลังคน  และธนาคารกรุงไทยก็รับพนักงานจากสถาบันการเงินอื่นเข้ามาหลายแห่ง  พื้นที่เดียวกันที่มีสาขามากกว่าหนึ่งแห่งก็ต้องยุบ

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี  รองนายกรัฐมนตรี  ยอมรับว่า  เป็นการรายงานเพื่อทราบเท่านั้น  คณะรัฐมนตรีได้ซักถามค่อนข้างมากว่า  เหตุใดรายงานจึงไม่มีรายละเอียด  แต่คณะผู้ตรวจการยืนยันว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้  เพราะผิดกฎหมาย
         
นายอรรคพล  สรสุชาติ  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  ข้อมูลของคณะผู้ตรวจการไม่ใช่ข้อมูลใหม่ เป็นการนำข้อมูลของ PwC  มาเปรียบเทียบกับข้อมูลของธนาคารกรุงไทย  แล้วนำมาสรุปให้เกิดความชัดเจน  โดยยึดข้อมูลของ ธปท.เป็นหลัก  ส่วนรายละเอียดที่ต้องการทราบมากกว่านี้นั้น  รมว.คลังจะหารือกับคณะผู้ตรวจการอีกครั้งว่า ควรมีรายละเอียดเพิ่มเติมอะไรบ้าง  เพราะรัฐบาลคงต้องตอบคำถามของประชาชน แต่ก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายของธนาคารพาณิชย์เกี่ยวกับการเปิดเผยความลับด้วย  อย่างไรก็ตาม  ในเบื้องต้นคณะผู้ตรวจการยืนยันว่า  ไม่มีอะไรที่ผิดปกติจากข้อพึงปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป  ไม่มีใครอนุมัติสินเชื่อโดยมีเจตนาไม่บริสุทธิ์  ซึ่งคณะรัฐมนตรีถือเป็นรายงานเบื้องต้น
         
ด้านนายธารินทร์  กล่าวยืนยันว่า  มีเจตนาจะสร้างความชัดเจนให้มากที่สุด  เพื่อประโยชน์ของสถาบันการเงิน  โดยไม่มีอะไรซ่อนเร้น และไม่มีปัญหาใดๆ  ที่ไม่มีการพาดพิงถึงนายศิรินทร์น้องชายนั้น  ก็มีการชี้แจงตามขั้นตอนตามข้อเท็จจริงอยู่แล้ว  แต่ไม่สามารถนำข้อมูลมาพูดทั้งหมดได้  ทั้งนี้  ได้หารือกับคณะผู้ตรวจการว่า  หากเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม  จะขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบต่างๆ หรือไม่ ซึ่งคาดว่า  อาจจะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม  โดยคณะผู้ตรวจการขอเวลากลับไปหารืออีกครั้ง
         
นายสัมพันธ์  ลิ้มตระกูลหนึ่งในคณะผู้ตรวจการ ยืนยันว่า  การอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยมีการควบคุมที่ดีพอสมควร สตง.และ ธปท.ได้ตรวจสอบเป็นประจำอยู่แล้ว  พบว่าเป็นไปตามขั้นตอนทุกประการ  แม้จะบกพร่องบ้าง  ก็เป็นเพียงเล็กน้อย  ไม่ถือเป็นสาระสำคัญ การอนุมัติสินเชื่อเกินอำนาจแล้วจึงขอสัตยาบันภายหลังก็มีเหตุผล  และเป็นเรื่องปกติที่ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งปฏิบัติ
         
นายเศรษฐชัย ศรีวีรกุล ผู้ตรวจการอีกรายหนึ่ง  กล่าวว่า ทราบดีว่าสังคมคาดหวังอะไรกับการตรวจสอบ แต่การปฏิบัติต้องมีมาตรฐาน สิ่งที่เกิดขึ้นกับการคาดหวังอาจไม่ตรงกัน คณะผู้ตรวจการพยายามทำเต็มที่  เพื่อให้สังคมอยู่กันได้ด้วยดี ไม่ต้องการเอาเรื่องมาทำลายใคร  เป็นจุดยืนของคณะผู้ตรวจการ  เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤติไปได้

ทีมเศรษฐกิจพรรคความหวังใหม่  โดยนายสุรศักดิ์ นานานุกูล  และนายอัครเวช  โชตินฤมล  ออกมาแถลงวันเดียวกันนี้ ระบุว่า  ผลการตรวจสอบที่ออกมาไม่น่าแปลกใจ  เป็นความพยายามลดความน่าเชื่อถือของรายงาน PwC เพราะรัฐบาลเกรงว่า   ฝ่ายค้านจะนำรายงานดังกล่าวมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องหาทางบอกประชาชนว่า  รายงานของ PwC ไม่น่าเชื่อถือ  แต่ก็ต้องย้อนถามว่า  หาก PwC ไม่น่าเชื่อ  เหตุใดธนาคารจึงว่าจ้างบริษัทระดับโลกแห่งนี้มาตรวจสอบ ฝ่ายค้านขอเรียกร้องให้ขยายการตรวจสอบว่า  หนี้ที่มีเอ็นพีแอลสูงมีการอนุมัติกันมาอย่างไร
         
ทั้งนี้  แกนนำพรรคความหวังใหม่ยังได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์สุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรีและนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย  ในการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม  ซึ่งนายมหาเธร์กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า  มาเลเซียสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจตามหนทางของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งไอเอ็มเอฟ ขณะที่ผู้นำเอเชียจำนวนมากโง่จนเหลือเชื่อที่ทำตามใบสั่งไอเอ็มเอฟ เป็นเหมือนแกะเชื่องๆ ที่ลองยาทุกอย่างที่มีคนสั่งให้  เป็นเหมือนไอ้งั่งที่ถูกตัดขาทิ้งไปแล้วเหลือแต่หัวเข่าก็ยังเป็นไอ้งั่งอยู่ดี
         
นายลิขิต  ธีรเวคิน  รองเลขาธิการพรรคความหวังใหม่  กล่าวว่า  คำพูดของนายมหาเธร์แม้จะไม่ชี้ชัดว่าหมายถึงผู้นำประเทศไหนแต่เนื้อหาที่บอกว่า  มาเลเซียฟื้นตัวได้ด้วยนโยบายของตัวเอง  ไม่ต้องขายทรัพย์สมบัติมรดกตกทอดให้คนต่างชาติในราคาถูกนั้น  สอดคล้องกับที่ประเทศไทยกำลังทำอยู่
         
นายสุรพร  ดนัยตั้งตระกูล  รองเลขาธิการพรรคอีกคน  กล่าวว่า  ผู้นำมาเลเซียใช้คำว่าโง่และปัญญาอ่อนอย่างสมบูรณ์กับผู้นำบางประเทศ ซึ่งคำกล่าวนี้กระทบต่อประเทศที่กำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจตามแนวทางไอเอ็มเอฟซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วก็คงไม่สามารถชี้เป็นประเทศอื่นได้นอกจากประเทศไทย ไม่ทราบว่า  นายกรัฐมนตรีแถลงถึงความสำเร็จในการไปร่วมประชุมครั้งนี้ได้อย่างไร  และจะแบกรับสิ่งที่ผู้นำมาเลเซียพูดไว้คนเดียวหรือไม่
         
นายสุรศักดิ์ นานานุกูล กล่าวว่า  นายชวนแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีโลกอย่างไร้เดียงสา และยังไปกล่าวย้ำถึงการขายทรัพย์สินให้ต่างชาติอย่างภาคภูมิใจ  โดยไม่คำนึงว่าประเทศจะย่อยยับ  ทำให้ถูกผู้นำมาเลเซียตบหน้ากลับมา  โดยสอนว่า  คนเอเชียควรใช้ภูมิปัญญาของตัวเองแก้ปัญหา  ไม่ใช่เดินตามก้นคนที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่งจนต้องเสียผลประโยชน์ เชื่อว่า  ประชาชนไทยฟังแล้วจะพอใจคำปราศรัยของนายมหาเธร์มากกว่า  มีนายชวนคนเดียวที่ยังคิดว่านำประเทศไปในทางที่ถูกต้อง  ทั้งที่นำไปสู่หายนะ
         
นายวีระ  มุสิกพงศ์  รองหัวหน้าพรรคความหวังใหม่  กล่าวว่า  นายชวนทราบหรือไม่ว่า  การไปร่วมประชุมครั้งนี้ได้นำประเทศไทยไปสู่การเป็นตัวตลกในเวทีโลก คำพูดของนายมหาเธร์เป็นเรื่องน่าตกใจ  ไม่ทราบว่า  นายชวนรู้ตัวหรือไม่ว่าทำอะไรลงไป  ฟังนายมหาเธร์พูดจบ  นายชวนก็อาจจะหลงปรบมือให้  เพราะฟังไม่รู้เรื่อง ไม่ทราบว่าคิดปกป้องเกียรติภูมิคนไทยหรือไม่ คำกล่าวของนายมหาเธร์เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยอย่างถึงพริกถึงขิง
         
นายวีระยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรค  ท้าทายนายกรัฐมนตรีให้ออกทีวีร่วมกันว่า ต้องการให้ออกทีวีร่วมกัน  เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาของชาติ ถือว่าพบกันในกรอบวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์  แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับกล่าวหาต่างๆ นานา  เช่นว่าท้าทายไม่เป็นสุภาพบุรุษ หรือพยายามเบี่ยงเบนว่า  พล.อ.ชวลิตไม่ค่อยมาประชุมสภา ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน หากนายชวนไม่พร้อม  ก็ขอให้บอกมา  ไม่ใช่มาเบี่ยงเบนเช่นนี้ …

นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  แถลงว่า  ในที่ประชุมพรรควันเดียวกันนี้  สมาชิกพรรคได้ซักถามนายชวนกรณีที่ พล.อ.ชวลิตกล่าวหาว่ามีวิสัยทัศน์แบบเด็กวัด  ว่าคิดอย่างไร  ซึ่งนายชวนก็ตอบว่า  ไม่กังวลอะไร  เพราะอยู่วัดมา 8 ปี  อยู่กับคนดีทั้งนั้น  ไม่ใช่อยู่กับโจร  จึงไม่ใช่เรื่องแปลก  ความดีทั้งหมดก็ซึมซับอยู่
         
นายยงยุทธยังกล่าวด้วยว่า  ในช่วงปิดสมัยประชุมสภา  พรรคจะจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ  โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคกลาง เพราะหลังจากที่พรรคประกาศยุทธการส่งพ่อใหญ่จิ๋วกลับเมืองนนท์ ก็สร้างความปั่นป่วนให้พรรคความหวังใหม่ได้มาก ดังนั้น  จึงขอให้แกนนำพรรคไปช่วย ส.ส.หาเสียง  เพื่อนำเสนอสิ่งดีๆ ใหม่ๆ ให้ชาวอีสาน

Advertisements
  1. ยังไม่มีความเห็น
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: