Archive

Posts Tagged ‘ข่าว’

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร

มีนาคม 22, 2014 ใส่ความเห็น

focus

เมื่อตอน “แฟนฉัน” ยังเข้าโรงฉายอยู่ กว่าสิบปีมาแล้ว มีใครสักคนบอกว่า ไม่ชอบฉากจบของเรื่องเอาเสียเลย

ฉากนั้น “เจี๊ยบ” ซึ่งกลายเป็นหนุ่มแล้ว ตัดสินใจกลับมาร่วมยินดีในงานแต่งของ “น้อยหน่า” เพื่อนรักในวันเด็ก ซึ่งทั้งคู่ห่างหายจากกันไปนานนับสิบปี

ในงานเลี้ยง เจี๊ยบ (ซึ่งกลายเป็นหนุ่มแล้ว) ร้องเรียกน้อยหน่า น้อยหน่าซึ่งหันหลังให้เจี๊ยบ หันหน้ามาทักทายด้วยความปลาบปลื้มยินดียิ่งนัก น้อยหน่าในชุดเจ้าสาวนั้น ยังคงเป็นเด็กน้อยน้อยหน่า เหมือนเช่นในอดีตของเจี๊ยบ

บทของหนุ่มเจี๊ยบนั้น ใช้คนแสดงสองคน เพื่อแสดงเป็นเจี๊ยบในวัยเด็ก กับเจี๊ยบในวัยหนุ่ม แต่สำหรับบทน้อยหน่า ไม่ว่าจะวัยเด็กหรือวัยสาว “โฟกัส” รับผิดชอบเพียงคนเดียว

ในสายตาของเจี๊ยบ น้อยหน่าไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย น้อยหน่ายังคงเป็นน้อยหน่าที่น่ารัก สดใส และบริสุทธิ์ ดั่งเด็กน้อย เหมือนเช่นในอดีต และก็คงจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตเธอครั้งนี้ หลายคนอาจสงสาร แต่อีกหลายคนอาจรำคาญ

และคงมีอีกมากมายที่เสียดายความน่ารัก สดใส และบริสุทธิ์ของเธอ ในฐานะ “น้อยหน่า” ที่ชีวิตต้องมาแปดเปื้อนด้วยเรื่องเพียงแค่นี้

เพราะหลายคนมองเธอเป็น “น้อยหน่า” ด้วยสายตาของ “เจี๊ยบ” นั่นเอง

ชีวิตจริงนั้นยิ่งกว่าละคร เวลาในชีวิตจริงยาวนานกว่าเวลาในภาพยนตร์ ตัวตนแต่ละคนเติบโตแตกดับไป แต่สิ่งที่บันทึกและปรากฎบนจอภาพไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

โลกช่างโหดร้ายเสียเหลือเกิน

 

 

ต้นฉบับ: https://www.facebook.com/chkthanai/posts/10202480335063540?stream_ref=10

ระเบิดแถวราชดำเนิน

ธันวาคม 8, 2011 ใส่ความเห็น

เห็นข่าวกู้ระเบิดหน้ากองสลากฯ บนถนนราชดำเนิน หลังวันเฉลิมฯ เพียงหนึ่งวัน  ทำให้ย้อนคิดถึงข่าวเก่าข่าวหนึ่ง หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ เพราะมีหนังสือพิมพ์เพียงไม่กี่ฉบับที่รายงานเรื่องนี้

…..

ตร.เครียด บึ้ม 2 จุด ซุ้มราชดำเนิน

 

โฆษกตำรวจชี้หวังป่วน สันติบาล-สมช.ล่าตัวด่วน

[บึ้มซุ้ม – สภาพความเสียหายที่บริเวณฐานของซุ้มเฉลิมพระเกียรติฉลองการครองราชย์ 60 ปี บริเวณถนนราชดำเนิน เยื้องสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง หลังถูกคนร้ายลอบวางระเบิด เมื่อเช้ามืดวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา]

วันที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10311

มือมืดลอบบึ้ม 2 จุด ซุ้มประตูงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี กับเสาไฟฟ้าประดับธงบนถนนราชดำเนิน แรงระเบิดทำซุ้มไม้เสียหายกระจายเกลื่อน กระจกกระทรวงเกษตรฯแตกละเอียด หน่วยเก็บกู้พบหลักฐานเศษถุงปุ๋ย นาฬิกา คาดชนิดดินดำอัดใส่โอ่งจุดชนวนโยนใส่ ผบช.น.ระดมบิ๊กนครบาลประชุมเครียด เร่งหาตัวป่วนเมือง “ชิดชัย”ชิ่ง ปิดปากเงียบหนีกลับบ้าน

คนร้ายลอบวางระเบิด 2 ลูกซ้อน ที่ซุ้มประตูงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี และเสาไฟฟ้าประดับธงบริเวณถนนราชดำเนิน จนได้รับความเสียหาย เหตุเกิดขึ้นเวลา 01.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน พ.ต.ท.ดำรงพงษ์ เพ็ชรสุวรรณ พนักงานสอบสวน (สบ.3) สน.นางเลิ้ง รับแจ้งเกิดเสียงระเบิดบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ถนนราชดำเนิน กทม. จึงรีบรายงานผู้บังคับบัญชารุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (บก.ตปพ.) ไปร่วมตรวจสอบพบว่าบริเวณเชิงซุ้มประตูงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ใกล้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน ถูกแรงระเบิดเสียหายเศษไม้กระจายเกลื่อนถนน จากการตรวจสอบพบเศษถุงปุ๋ยตกอยู่ พร้อมเศษนาฬิกา และจากการตรวจสอบของชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด เบื้องต้นทราบว่าเกิดจากแรงระเบิดชนิดทีเอ็นทีไม่ทราบปริมาณ

ถัดมาเวลา 02.00 น. พ.ต.ท.ดำรงพงษ์ได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกที่บริเวณเสาไฟฟ้าด้านตรงข้ามศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชน และสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศดส.บช.น.) ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัสฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ รุดไปตรวจสอบพบบริเวณเสาไฟฟ้าที่ประดับติดตั้งธงถูกแรงระเบิดจนกระจาย เศษดินและปูนบางส่วนกระจายเข้าไปถูกระจกในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แตก ตรวจสอบคาดว่าเป็นชนิดดินดำอัดใส่โอ่ง จุดด้วยชนวนโยนใส่ จึงสรุปรายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ( บก.น.1) และ บช.น.ให้ทราบ เพื่อสืบสวนติดตามหาคนร้ายมาดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมรอง ผบช.น.ทุกนายร่วมประชุมที่ห้องประชุมปารุสกวัน 1 ซึ่งตั้งเป็นศูนย์รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ในงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี โดยนำเหตุระเบิดประชุมหารือกันอย่างเคร่งเครียด และไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากสำนักพระราชวังห้ามเผยแพร่เรื่องดังกล่าวออกไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 17.50 น. ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงเหตุลอบวางระเบิดบริเวณฐานซุ้มเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก จำนวน 2 จุด ปรากฏว่า พล.ต.อ.ชิดชัยเพียงแต่ยิ้มและปฏิเสธให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่า “ไม่มีอะไร กลับบ้าน กินข้าว เดี๋ยวไปงาน” ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจหรือไม่ เพราะเป็นการวางระเบิดซุ้มเฉลิมพระเกียรติ พล.ต.อ.ชิดชัยกล่าวเหมือนเดิมว่า “เดี๋ยวกลับบ้านกินข้าวก่อน ไม่มีอะไรสัมภาษณ์แล้ว ไป…กลับบ้าน” จากนั้นก็รีบขึ้นรถออกไปทันที

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) และ โฆษก ตร.กล่าวถึงเหตุระเบิด ว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บชิ้นส่วนระเบิดได้จำนวนหนึ่ง โดยเหตุระเบิดดังกล่าว ตัวระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ ทำให้มีชิ้นส่วน ซึ่งเป็นพยานหลักฐานได้อย่างดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอพิสูจน์ โดยจากชิ้นส่วนระเบิดที่พบจำนวนหนึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ใช้นาฬิกาปลุกจุดชนวนระเบิด อย่างไรก็ตามเหตุระเบิดครั้งนี้จะต้องนำหลักฐานไปเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดในหลายครั้งที่ผ่านมา ว่าเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันหรือไม่อย่างไร

โฆษก ตร.กล่าวว่า เชื่อว่าคนร้ายต้องการก่อกวนและสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการป้องกันเหตุในลักษณะนี้ทำได้ยากมาก จึงต้องขอร้องประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีงานพิธีสำคัญ ขณะนี้ทั้งตำรวจสันติบาล และสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ทำการสืบสวนหาข่าวอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไว้

วันที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10311 หน้า 1

…..

 

เรื่องนี้เกิดก่อนยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549  ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองอันตึงเครียดในเวลานั้น จำไม่ได้เหมือนกันว่าตำรวจปิดคดีนี้ได้หรือไม่ แต่ก็ถือเป็นคดีระเบิดกลางกรุงเทพฯ อีกหนึ่งคดี  ซึ่งเชื่อกันว่าตัวละครเบื้องหลังน่าจะหน้าเดิมๆ

แกรมมี่-บางกอกโพสต์-มติชน

ธันวาคม 6, 2011 ใส่ความเห็น

อ่านข่าวที่ว่าอากู๋จะเริ่มต้นจับธุรกิจดาวเทียม [‘แกรมมี่’ เปิดตัว The News ดึง ‘ภิญโญ’ นั่งผอ.] ด้วยการเปิดตัวแบบอลังการ ดึงตัวเซเลปคนดังมาร่วมงานเพียบ พร้อมทั้งบอกว่าจะจับมือเป็นพันธมิตรกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์อีกด้วย ก็รู้สึกข้องใจว่าที่เอ่ยนามมาทั้งหมดไว้ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ “มติชน” เลย

ยังจำกันได้ไหมข่าวใหญ่ในปี 2548  “แกรมมี่” เตรียมเทคโอเว่อร์หนังสือพิมพ์ฉบับใหญ่ “มติชน-บางกอกโพสต์”  จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านว่ากลัวจะเป็นการผูกขาดควบคุมกิจการสื่อ โดยเฉพาะภาพพจน์ในตัวอากู๋อันใกล้ชิดกับ “ทักษิณ ชินวัตร”  ความขัดแย้งในครั้งนั้นไม่ว่าจะลงเอยอย่างไร แต่ในวันนี้ “จีเอ็มเอ็ม มีเดีย” ถือหุ้นให้มติชนร้อยละ 22.12 (4 เมษายน 54) ถือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสอง และถือหุ้นในโพสต์พัลลิชชิง (บางกอกโพสต์) ร้อยละ 23.60 (9 มีนาคม 54) ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด

ประเด็นที่ทำให้เกิดความสงสัยดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว ก็เพราะบังเอิญอ่านเจอในรายงานการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2554 (28 เมษายน) ซึ่งผู้บริหารมติชนเปิดเผยว่า

…เรื่องทีวีดาวเทียมบริษัทฯสนใจมาก ทําแน่แต่ขอบอกทีหลังว่าจะเริ่มเมื่อใด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดําเนินการ  บริษัทฯ มองเห็นช่องทางอยู่ว่าน่าจะเป็นตัวทํารายได้ให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว ที่มาชดเชยในส่วนทางด้านหนังสือที่อาจลดลง…

ก็ทำไมไม่ร่วมมือกับมติชนเสียอีกทางหนึ่งด้วยละ ในเมื่อตัวเองก็ถือประโยชน์จากเขาอยู่แล้ว และมติชนก็พร้อมจะทำทีวีดาวเทียมเช่นกัน

หรือเป็นไปได้ไหม ที่สองฝ่ายอาจจะแอบเจรจาร่วมมือกันอยู่แล้ว แต่ยังไม่อยากให้ข่าวนี้ออกจากทางฝ่ายแกรมมี่ เพราะตัวอากู๋นั่นแหละ  ติดภาพ “ผู้ร้าย” เกินไป

หมวดหมู่:อวารสารศาสตร์ ป้ายกำกับ:,

เขียนดี ข่าวก็ดี

ธันวาคม 2, 2011 ใส่ความเห็น

ข่าวใหญ่ระดับโลกในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการเดินทางเยือนประเทศพม่าของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ, ฮิลารี่ คลินตัน  (สังเกตว่าผมไม่ใช้ “รัฐมนตรีหญิง” อิอิ)  ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่อยู่คนละขั้วการเมืองอย่างเป็นทางการ และยังเป็นการเปิดตัวประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร (ถ้าเมืองไทยคงต้องบอกว่า “อำมาตย์” ) ต่อประชาคมโลกอย่างน่าทึ่ง

หลายคนคงคันปากอยากไปกระตุกขากางเกงของนางคลินตัน พร้อมตะโกนว่า “เฮ้ย… ทั่นเป็นประเทศผู้นำทางประชาธิปไตยเชียวนะ จะมาจับมือกับรัฐบาลของประเทศเผด็จการทหารเหรอ เกรงใจเพื่อนบ้านอย่างพี่ไทยบ้างเหอะ”

เมื่อเห็นข่าววันนี้แล้ว ต้องชวนให้นึกถึงข่าวเก่าสัก 10 กว่าวันมาแล้ว  เป็นข่าวต่างประเทศจากสำนักข่าวเอเอฟพี อ่านแล้วชอบมาก

 

Myanmar welcomes ‘lucky’ white elephants

… … …

"The welcoming ceremony for two white elephants will be held this evening at Uppasasanti Pagoda," the official told AFP, adding that Vice President Sai Mauk Kham would attend.

"We have altogether seven white elephants in Myanmar so far: four in Naypyidaw and three in Yangon."

Sunday’s ceremony comes three days after the long-isolated country won approval to chair Southeast Asia’s regional bloc in 2014, as a reward for its recent series of reformist gestures.

On Friday, US President Barack Obama said he would send Hillary Clinton to Myanmar next month, the first visit by a US secretary of state in 50 years.

UN leader Ban Ki-moon has also announced a visit as soon as possible to propel reforms.

… … …

 

ถ้าใครอ่านแค่พาดหัว ไม่สนใจในเนื้อหา ก็จะพลาดสาระสำคัญไปเลย เพราะคนเขียนข่าวเริ่มด้วยเรื่องการได้ครอบครองช้างเผือกสองเชือกของรัฐบาลพม่า อันเป็นสิ่งมงคลสำหรับชนชั้นปกครอง ตามคติความเชื่อของอาณาจักรต่างๆ ในแหลมทอง  แต่แล้วคนเขียนกลับเปลี่ยนสลับตัดภาพให้กลายเป็นข่าวจากประเทศสหรัฐฯ (ลองคิดว่าข่าวนี้เป็นข่าวทีวีสิ) ประธานาธิบดีโอบาม่ามอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางเยือนพม่า เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี  ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติก็พร้อมเช่นเดียวกัน

เริ่มต้นด้วยข่าว “ช้างแก้ว” จบลงด้วยข่าว “เพื่อนแก้ว”  หรือการเปิดตัวสานสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจและองค์กรโลกถือเป็น “มิ่งมงคล” แก่ประเทศที่โดนโดดเดี่ยวมายาวนาน สามารถนำความจริงสองเรื่องมาเชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างกลมกลืนทีเดียว (อ่านแล้วรู้สึกว่า “โปร” พม่าไหมนะ?)

ด้วยเหตุนี้เอง การเขียนข่าวจึงไม่ต่างจากงานเขียนอื่นๆ  ผู้เขียนสามารถใส่สิ่งที่เรียกว่า “ศิลปะ” ลงไปได้  มี creative writing ได้เช่นกัน

แต่อย่าลืมว่าตัวอย่างที่ยกมานี้ เป็นข่าวของฝรั่งเขานะ ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้านักข่าวคนไทยเป็นคนเขียนข่าวนี้ และเขียนเป็นภาษาไทย เขาจะถูกด่าไหม นึกถึงพวกปัญญาชนที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์กระแส “โปรเจ้า” ในสื่อกระแสหลักแล้ว  จินตนาการลำบากจริงๆ

แต่หวังว่าคงไม่มีใครเอาไปเปรียบกับข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หัวสี ประจำวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือนนะ

สมานฉันท์บนหน้าหนึ่ง

พฤศจิกายน 29, 2011 ใส่ความเห็น

จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งไปแล้ว กรณีการตราพรฎ.อภัยโทษที่พ่วงตัวพ่อ “ทักษิณ ชินวัตร” เข้าไว้ด้วย  นับตั้งแต่ข่าวนี้ถูกเปิดประเด็นจากการประชุมครม.ในวันอังคาร 15 พฤศจิกายน  จวบจนกระทั่ง “จบข่าว” ในวันอาทิตย์ 21 พฤศจิกายน  ช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่ “ลืมหายใจ” ของคนการเมือง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักข่าวการเมือง ที่ร่วมลุ้นอย่างจดจ่อ เพราะถ้าการเมืองสนุกย่อมทำให้การทำข่าวการเมืองสนุกตามไปด้วย

หากยังจำกันได้ การเปิดทางถอยอย่างชัดเจนของคนแดนไกล เริ่มด้วยการ “ปล่อยข่าว” ผ่านหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของประเทศเลยทีเดียว โดยในเช้าวันเสาร์ 19 พฤศจิกายน หนังสือพิมพ์มติชนกับข่าวสดได้นัดเจอกันบนแผง ด้วยพาดหัวไม้ตัวใหญ่ขึงขัง

 

2011-11-20 08.19.27

 

คราแรกเมื่อนำทั้งสองฉบับมาวางทาบกันก็ใจหายวาบ นึกไปว่าถ้าพาดหัวคู่นี้ไปอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หัวเล็กเสียแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นนะ? 

ตัวอย่างเช่นนสพ.แนวหน้าเน้นหัวใหญ่ “ไม่มีทักษิณ” ขณะที่นสพ.ไทยโพสต์เน้น “ไม่มีแม้ว”  จะเห็นได้ว่า “ไม่มีทักษิณ/แม้ว” นั้น  มันแทบจะเป็นวลีเดียวกันหรือคำๆ เดียวกัน  แทบจะซ้อนทับกันเสียดิบดี  หากจะลองพูดแบบบ้านๆ ก็อาจจะประมาณ “เฮ้ย… เหมือนใช้คนๆ เดียวกันพาดหัวเลย”  ทั้งที่หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับสมควรต้องทำงานอย่างเป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อกัน และไม่ขึ้นต่อใคร  ไม่ควรมีขาใหญ่ในแบบ “มือที่มองไม่เห็น” มาบงการกำหนดประเด็น ล้วงลึกไปจนถึงการเลือกสรรคำอย่างเด็ดขาด  กรณีเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้อาจเป็นเหตุให้ “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” ยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบจริยธรรมทางวิชาชีพได้

แต่เมื่อเรื่องนี้เกิดกับฉบับยักษ์ใหญ่ทั้งสอง ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในความเป็นมืออาชีพแล้ว จึงไม่สมควรจะสงสัยหรือตั้งข้อกังขาใดๆ ความสอดคล้องต้องกันในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้

เรื่องที่น่าสนใจกว่าก็คือประเด็นที่พาดหัวนั้นมาจาก “แหล่งข่าว”  หรือผู้ให้ข่าวที่ไม่เปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะนั่นเอง จำได้ว่าก่อนหน้าไม่นานนัก ช่วงที่ศปภ.กำลังเละเทะ หลายฉบับเล่นข่าวเตรียมปรับครม.บ้าง ข่าวผู้นำกองทัพนัดตัดเกรดนายกฯปูให้สอบตกบ้าง ที่มาของข่าวพวกนี้ก็อ้าง “แหล่งข่าว” ทั้งนั้น  จนทำให้เสื้อแดงหลายรายเป็นเดือดเป็นแค้น หาว่านักข่าวรวมหัวล้มรัฐบาลบ้าง เต้าข่าวใส่ร้ายรังแกรัฐบาลของประชาชนบ้าง  ใคร RT หรือ Like ก็โดนด่าหาว่าตกเป็นเครื่องมือช่วยกระพือข่าวลือ  (นี่แหละพวกสลิ่ม)

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีเสื้อแดงสักกี่คนที่จะต่อว่ามติชน-ข่าวสด ที่ดันเอาเนื้อความจากไหนก็ไม่รู้มาพาดหัวเสียใหญ่โต ความสงสัยข้อนี้เกิดจากความไม่รู้ เพราะยังไม่เห็นว่ามีแดงสักคนเดียวจะเป็นเดือดเป็นแค้นกับพาดหัวในเช้าวันที่ 19 พฤศจิกายนของหนังสือพิมพ์ทั้งสองฉบับ

 

[เรื่องคล้ายกัน: เงื้อง่าราคาไม่แพง]

หมวดหมู่:อวารสารศาสตร์ ป้ายกำกับ:,

เงื้อง่าราคาไม่แพง

พฤศจิกายน 22, 2011 1 ความเห็น

2011-11-21 12.23.32

ฉบับบนเป็นหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 21 พฤศจิกายน ส่วนฉบับล่างก็เป็นมติชน วันที่ 16 พฤศจิกายน  พาดหัวไม้เกี่ยวกับพรฎ.อภัยโทษทักษิณ ต่างวันเวลาก็ต่างอารมณ์ จากความหวังกลายเป็นการเสียสละ

ขอยืมบทสรุปการชี้แจงของฝ่ายรัฐบาลจากฟบ.คุณชัยฤทธิ์ เขียนได้สั้นกระชับดี:

ใครโกหกประชาชน?…(จากคนในครม.เดียวกัน)

  • 15 พ.ย."สุรพงษ์ โตฯ" รมว.ตปท. > เงื่อนไขของพรฎ. ทั้ง2ข้อ (ทุจริต-ยาเสพติด) เป็นการออกเพิ่มเติมในสมัยรัฐบาลปชป.จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อปชป.เติมได้ เราก็มีสิทธิตัดทิ้งได้ คุณเติมฉันไม่ว่า แต่ฉันตัดอย่ามาโวย
  • 17 พ.ย. "เฉลิม รองนายกฯ"ชี้แจงในสภา >รัฐบาลนี้ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนแบบใคร แต่ละคณะย่อมมีสิทธิตัดสินใจเอง (ตอบคำถามสาทิตย์ ทำไมพรฎ.อภัยโทษของรัฐบาลนี้ ถึงต่างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์และรัฐบาลทักษิณ
  • 20 พ.ย. ช่วงเช้า ทักษิณออกแถลงการณ์ไม่ขอรับประโยชน์ >> 20 พ.ย. ช่วงบ่าย"ประชา พรหมนอก" รมว.ยุติธรรม แถลง "เราไม่ได้แก้ไข ร่างพรฎ.อภัยโทษ ยึดตามสมัยปชป.เดิม และไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ"
    และวันนี้ (22 พฤศจิกายน) ข่าวว่านายกฯ นำพรฎ.ทูลเกล้าแล้ว ไม่มีชื่อทักษิณ รวดเร็วทันใจเสียเหลือเกิน แต่ความเป็นนักข่าว ขอบอกว่าน่าเสียดายเหลือเกิน เพราะถ้ากลับมาจริง งานข่าวจะยิ่งสนุก
หมวดหมู่:อวารสารศาสตร์ ป้ายกำกับ:, ,

จะเหมาหรือจะแยกก็มีสิทธิโดน

พฤศจิกายน 17, 2011 2 ของความคิดเห็น

ช่วงนี้ข่าวนิรโทษกรรมทักษิณกำลังร้อน ด้วยที่มาของข่าวเป็นประเด็นทางกฎหมายจึงหนีไม่พ้นที่นักข่าวจะต้องสัมภาษณ์ความคิดเห็นของนักกฎหมาย และในพวกที่เรียกรวมๆ ว่า “นักกฎหมาย” มีกลุ่มย่อยที่เรียกว่า “อาจารย์คณะนิติศาสตร์” ร่วมอยู่ด้วย

เวลาที่เห็นพาดหัวข่าวหรือแม้การรายงานผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งต้องสั้นและกระชับ ได้พาดพิงถึงคนกลุ่มนี้แล้ว ก็รู้สึกหวาดเสียวแทนคนทำงานข่าวในทุกวันนี้ไม่ได้ ยิ่งในสภาพสังคมแตกแยกแบ่งฝ่ายเช่นนี้ สามารถโดนด่าได้ทั้งขาขึ้นและขาล่อง

ว่าแล้วก็จะโชว์ “เกรียน” ให้เป็นที่ประจักษ์ (อิอิ)

  • วันก่อนเจอหัวข่าว: คณาจารย์นิติศาสตร์เตรียมแถลง ต้านพรฎ.อภัยโทษทักษิณ”

เกรียน – อย่ามาเหมารวมนะ ใช่ว่าอาจารย์นิติศาสตร์ทั่วประเทศเขาจะคิดไปทางเดียวกัน อย่างอาจารย์ “นิติราษฎร์” เขาก็มีหลักคิด ยึดหลักนิติธรรม พยายามนำความเป็นธรรมกลับสู่บ้านเมือง ไปถามเขาหรือยังว่าคิดอย่างไร

  • วันนี้เจอหัวข่าว: คณาจารย์นิติศาสตร์ฝ่ายตรงข้าม “นิติราษฎร์” เตรียมแถลง ต้านพรฎ.อภัยโทษทักษิณ”

เกรียน – เขียนอย่างนี้หมายความว่า พวกอาจารย์นิติราษฎร์กำลังสนับสนุนให้อภัยโทษคุณทักษิณใช่ไหม ทำไมต้องแบ่งฝักแบ่งฝ่ายด้วย ไปถามเขาหรือยังว่าคิดอย่างไร

ทั้งที่ “คณาจารย์” ของทั้งสองเรื่องก็เป็นอาจารย์กลุ่มเดียวกัน

อาชีพนักข่าวต้องทำงานใกล้ชิดกับภาษา โดยเฉพาะนักข่าวหนังสือพิมพ์นั้นต้องเน้นไปที่ภาษาเขียนเป็นหลัก และอย่างที่ว่ากันไว้ “ภาษานั้นดิ้นได้”  อาการดิ้นได้ที่ว่าอันตรายเสียด้วยในยุคนี้