Archive

Posts Tagged ‘น้ำท่วม’

ลุุยน้ำ-ลุยไฟ

เมษายน 6, 2012 ใส่ความเห็น

หลังเกิดระเบิดที่ปักษ์ใต้ 31 มีนาคม  เผอิญว่าเพื่อนชี้ชวนให้ดูลิงก์ข่าวจาก “มติชนออนไลน์” ลิงก์นี้

 

Matichon

ดูกันจะๆ เปรียบเทียบภาพ "อภิสิทธิ์ -ยิ่งลักษณ์ " กลางวิกฤตไฟใต้ ใครเนียนกว่ากัน ???

 

เพื่อนหลายคนออกอาการไม่พอใจกันการกระทำเฉกเช่นนี้ของ “สื่อเสี้ยม” ที่ใส่เสื้อสี  หลังจากอ่านดูแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันเลวร้ายอะไรหนัก เพียงแต่การ “พาดหัวข่าว” ออกจะหวือหวาในสไตล์ของหนังสือพิมพ์หัวเล็กไปสักหน่อย

แต่การเปรียบเทียบเช่นนี้ ทำให้นึกถึงงานเขียนชิ้นหนึ่งจากบลอกของ “ปัจเจกชน” นาม “นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์” ขึ้นมาในทันใด (ผมอ่านงานชิ้นนี้จากบลอก ไม่ได้อ่านจากเนชั่นสุดฯ)

 

Noppatjak

สองนายกรัฐมนตรี: กับภาพลักษณ์ว่าด้วยเรื่องลุยน้ำ

 

จะลุยน้ำหรือลุยไฟก็ตาม ถือเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีประเทศในโลกที่สามที่ต้องปฏิบัติ

หลายคนอาจชื่นชมท่านยิ่งลักษณ์ ด้วยสีหน้าแววตามุ่งมั่นจริงใจ แม้แต่คอลัมนิสต์ชื่อดัง “ใบตองแห้ง” ยังเคยยอมรับท่านเป็นคนจริงใจในการทำงานแก้ปัญหา การพูดเช่นนี้ย่อมสะท้อนไปถึงนายกอีกคนคือท่านอภิสิทธิ์

ที่นพพัฒน์จักษ์ยกเรื่อง “พับแขนเสื้อ” เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะแค่ลงพื้นที่ดูน้ำท่วม ท่านอภิสิทธิ์ยังไม่ปลดกระดุมแขนเสื้อเลย จำได้ว่า เว็บเสื้อแดงเอาภาพนี้ไปเสียดสีกล่าวหา ทำลูกศรชี้ไปที่แขนเสื้อ ทำนองว่านายกฯ ลูกคุณหนู พวกจับจด อะไรทำนองนั้น มาวันนี้ตกประป๋องมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ลงพื้นที่ระเบิดภาคใต้ นายกฯ ลูกคุณหนูยังคงพับแขนเสื้อเหมือนเดิมเลยวะครับ

เล่นการเมืองแบบนี้แหละ ถึงได้แพ้ซ้ำซาก

แค่ชั่วข้ามวัน

พฤศจิกายน 14, 2011 ใส่ความเห็น

2011-11-14 06.43.57 2011-11-14 09.01.37

พาดหัวข่าวน้ำท่วมบนหน้าหนึ่งนสพ.ข่าวสด เกาะติดกระแสบิ๊กแบกที่ดอนเมืองอย่างจดจ่อ ทางด้านซ้ายเป็นฉบับวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. ส่วนทางด้านขวาเป็นฉบับวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. แค่ชั่วเวลาเพียงหนึ่งวัน อารมณ์ช่างผกผันพลิกคว่ำพลิกหงายเสียเหลือเกิน

ไม่ต้องใช้ชูชีพ ไม่ต้องใช้ตัวแสดงแทน

พฤศจิกายน 14, 2011 ใส่ความเห็น

 

“สมราญ สมพงษ์” หรือ “พี่มหา เนชั่น” อดีตนักข่าวประจำกระทรวงศึกษาฯ และรัฐสภา  ยังปฏิบัติหน้าที่อย่างชิวๆ  ท่ามกลางน้ำล้อมรอบ  อาศัยหลังคาบ้านเป็นห้องทำงาน ปลูกผักหญ้ากินเอง รับประทานผักสดๆ แบบนี้  เขาว่าดีต่อสุขภาพนะครับ ยิ้ม

หมวดหมู่:อวารสารศาสตร์ ป้ายกำกับ:,

ตกใจหมดเลย

พฤศจิกายน 9, 2011 ใส่ความเห็น

เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย พอเบิ่งตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือก็จับเมาส์กระแทกไปที่ลิงก์  http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/214971 ทันที

ภาพปรากฎแรกทำให้เกิดอาการขนลุกขนพอง หวาดหวั่นว่าบ้านเมืองจะวิกฤตทุกข์ยากกันจริงๆ แล้ว

ถ่วง

 

พาดหัวบทความดุ “ดันทุรังกันไม่เลิก!” ใต้ข้อความเป็นภาพนายกฯ ขนาดใหญ่ จนอาจเรียกว่าใหญ่มาก ใต้ภาพประกอบเป็นประโยคหรือย่อหน้าแรกของบทความ “เรือรั่ว ต้องรีบถีบทิ้ง “ตัวถ่วง” ก่อนล่มจมกันทั้งรัฐนาวา”  พออ่านประโยคนี้จบปุ๊บ ก็อดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไปจ้องภาพประกอบขนาดใหญ่อีกครั้ง และอีกครั้ง…

เอาละหว่า… บ้านเมืองเกิดอาเพศอะไรกันหนอ  “ไทยรัฐ” จะสอย “ไทยคม” เสียแล้ว

ยิ่งมีพวกสลิ่มคอยกรอกหู  จับผิดว่าไทยรัฐ “จัดหนัก” มาสามสี่วันแล้ว  หลังหัวน้ำจับจองพื้นถนนวิภาวดีฯ จ่อปากประตูบ้านเลขที่ 1  ทำให้เราทวีความหวาดผวามากขึ้น

ปู

แต่พอได้ขยี้ตาตั้งใจอ่านจนจบ ก็โล่งใจ  เขาหมายถึงคนอื่นๆ  “รมว.มหาดไทย-รมว.พัฒนาสังคม-รมว.เกษตร” ต่างหาก  ที่เป็นตัวถ่วง  โถ… พวกสลิ่ม…

สรุป บ้านเมืองยังสงบสุขเป็นปกติดีต่อไป Smile

ยังไม่ต้องนับถอยหลังถึงวันที่ต้องกอดคอกันจมน้ำบนถนนวิภาวดีฯ

หมวดหมู่:การเมือง ป้ายกำกับ:,

“ฟลัดเวย์” ของใคร?

พฤศจิกายน 6, 2011 ใส่ความเห็น
“ตอบโจทย์” 25 ตุลาคม 2554 ช่วงท้าย

 

จากรายการ “ตอบโจทย์” 25 ตุลาคม  รองผู้ว่ากทม. “ธีระชน มโนมัยพิบูลย์” ท้าชน “มือที่มองไม่เห็น” ที่กำลังบิดเบือนระบบการบริหารจัดการน้ำ ไม่ยอมผันน้ำมาทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ทั้งที่เป็นทางผ่านของน้ำตามธรรมชาติ หรือ “ฟลัดเวย์”  โดยมีพิธีกรขวัญใจปัญญาชน “ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา” คอยซักถาม

 

รองผู้ว่ากทม. – กทม.ไม่ใช่ต้องการให้น้ำไม่ท่วม บางพวกบอกว่าพื้นที่ตรงนี้น้ำท่วมไม่ได้ ท่วมได้ครับ ไม่อย่างนั้นผังเมือง เขีบนไว้เลยว่า นี่คือ "ฟลัดเวย์"

พิธีกร – ตรงสีเขียวลายๆ นี่ใช่ไหมครับ

รองผู้ว่ากทม. – ใช่ รวมทั้งพื้นที่สีเขียวบางส่วน แล้วยังกำหนดว่าพื้นที่พวกนี้ห้ามสร้่างบ้านแฝด บ้านเดี่ยว… ทั้งหมดนี้ก็หลีกเลี่ยงกฎหมายกัน สุดท้ายธรรมชาติก็ลงโทษ

 

ขอคัดมาเฉพาะท่อนนี้ท่อนเดียว เพื่อนำเข้าสู่ประเด็นในเนื้อข่าวชิ้นหนึ่งซึ่งเป็นข่าวเก่า ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่อาจจะช่วยขยายความให้เราเข้าใจการเมืองในอุทกภัยครั้งนี้ได้ดียิ่งขึ้น ขอคัดลอกมาทั้งชิ้น ไม่ตัดทอน

 

เด็กทรท.รุมฉีกฟลัดเวย์ 10บิ๊กอสังหารอส้มหล่น ( December 19, 2004 )

 

กลุ่มทุนอสังหาฯ-นักการเมือง ดิ้นอีกรอบ !ขอปรับสีผังที่ดินแนว"ฟลัดเวย์ " กว่าแสนไร่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ วิ่งฝุ่นตลบ ล็อบบี้รัฐบาลทักษิณขอปรับสีผัง ระบุหัวโจกใหญ่ เป็นกลุ่มส.ส. พรรคไทยรักไทยเขตมีนบุรี "วิชาญ มีนชัยนันท์" ครอบครองที่ดิน กว่า1,000 ไร่ เผย10 บิ๊กนักพัฒนที่ดิน ตุนที่ดินในเขตเขียวลายเพียบ ไล่ตั้งแต่ "ประสงค์ เอาฬาร-หมอบุญ –ศุภาลัย-พฤกษา –แลนด์แอนด์เฮาส์-เค.ซี –บีแลนด์-ประภาวรรณกรุ๊ป รวมถึงตระกูลดัง"อัศวเหม" และอดีตเจ้าแม่อาวุธ "ราศี บัวเลิศ" พ้องเสียงผลักดันอยากปรับสีผังเป็นสีเหลือง ขณะที่ "วิษณุ" สั่งกทม.รื้อร่างผังเมืองใหม่ข้อ 38 อ้างให้อำนาจกทม.เกินขอบเขต พร้อมฟันธงเลื่อนประกาศใช้หลังเลือกตั้ง "อภิรักษ์"ผู้ว่ากทม.เสียงอ่อยแก้ไม่แก้สีผังแล้วแต่ครม.

สืบเนื่องจากหนังสือพิมพ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกอบการ และกลุ่มนักการเมืองที่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ขอแก้ไขผ่อนปรนร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(กทม.)ฉบับใหม่ ที่จะประกาศใช้แทนผังเมืองรวมกทม.ฉบับที่ 414ที่หมดอายุลงไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2547 และกทม.กำหนดที่จะประกาศใช้ในช่วงสิ้นปี 2547ไม่เกินเดือนมกราคม2548นั้น

ล่าสุดนาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าขณะนี้ร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่ อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบตั้งแต่ช่วงปลายปี 2547 ที่ผ่านมา และ คาดว่าจะสามารถประกาศได้ในราวต้นปี 2548 แต่ยังไม่สามารถระบุว่าจะเป็นช่วงไหนขึ้นอยู่กับครม.จะพิจารณาแก้ไขหรือจะมีการเลื่อนการประกาศผังเมืองกทม.ใหม่ออกออกไป

ต่อข้อถามที่ว่าจะต้องมีการแก้ไขเนื้อหาสาระเพิ่มเติมหรือไม่ หากเอกชนเห็นว่าร่างผังดังกล่าวมีความเข้มงวดเกินไป นายอภิรักษ์กล่าวว่า ยอมรับว่าร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับที่จะออกมาบังคับใช้แทนผังเมืองฉบับเก่าที่หมดอายุลง เนื้อหาสาระน่าจะเหมาะสมแล้ว เพียงต้องการให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมทำความเข้าใจและวางแผนพัฒนาที่ดินตามผังเมืองในอนาคตมากกว่า อย่างไรก็ดีกรณีที่จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของร่างผังเมืองรวมกทม.ตามที่มีการร้องเรียนให้แก้ไขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับครม.ว่าจะเห็นสมควรอย่างไร

ในขณะที่ แหล่งข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางสำนักนายกรัฐมนตรี โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำหนดจะนำร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่เข้าครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า ที่เชื่อว่ารัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะมีเสียงข้างมาก และเข้ามาบริหารประเทศต่ออีกสมัย

ทั้งนี้ทางสำนักนายกรฐมนตรี ได้ท้วงติงว่ากทม.ไปพิจารณาร่างผังเมืองข้อ 38 ใหม่ ที่กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินรองหรือพื้นที่โควต้า10 % ของการใช้ประโยชน์ที่ดินหลัก อาทิ การอนุญาตให้พัฒนาเชิงพาณิชย์10 % ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหลักฯลฯ โดยตั้งข้อสังเกตุว่า ไม่จำเป็นต้องสอบถามจาก กทม. อีกว่าใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ได้ เพราะจะเกิดความล่าช้าและมอบหมายให้กทม.ไปหารือกับกฤษฎีกาว่าสามารถดำเนินการได้อย่างไร

อย่างไรก็ดีตามข้อเท็จจริงแล้วกรณีที่มีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่ล่าช้าออกไปแหล่งข่าวกล่าวยืนยันว่า เพราะ มีกลุ่มนักการเมืองหลายกลุ่มในพื้นที่ อย่างกรณีของนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี พรรคไทยรักไทย และพวกพ้อง เป็นแกนนำในการวิ่งล็อบบี้รัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอปรับสีผังบริเวณแนว "ฟลัดเวย์" หรือพื้นที่สีขาวทะแยงเขียวทั้งหมด ที่กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม โซนตะวันออก บริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน กว่าแสนไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บริเวณเขตมีนบุรี เขตหนองจอกบางส่วน เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา ที่ร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่กำหนดให้ใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้นหากต้องการจัดสรรที่ดินเชิงพาณิชย์จะต้องมีขนาดแปลงที่ดินขนาด 1,000 ตารางวา หรือ 2.5 ไร่ขึ้นไป จากผังเดิมกำหนดให้พัฒนาตั้งแต่ 100 ตารางวาขึ้นไปได้ โดยเสนอให้ปรับจากสีขาวทะแยงเขียวหรือเขียวลายเป็นเป็นพื้นที่สีเหลือง หรือที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เพื่อสามารถพัฒนาได้ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์

ทั้งๆที่บริเวณดังกล่าวเป็นแนวพระราชดำริ กำหนดให้เป็นแนวฟลัดเวย์หรือพื้นที่รับน้ำมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากทางตอนเหนือของกทม.เพื่อระบายลงสู่อ่าวไทยเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ดังนั้นกทม.จึงไม่สามารถที่จะปรับตามที่เอกชนและนักการเมืองกลุ่มดังกล่าวต้องการได้

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้แล้วช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุน นักการเมืองได้พยายามยืมมือประชาชนเจ้าของพื้นที่ โดยร่วมกับกลุ่มพัฒนาที่ดิน ส่งเรื่องร้องเรียนมายังกทม.และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดเสียงร้องเรียนจำนวนมากๆ เพื่อต้องการผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องเพราะมีที่ดินอยู่ในแถบนั้นไม่ต่ำากว่า1,000 ไร่

ทั้งนี้จากปัญหาในเรื่องของการเรียกร้องการปรับสีผังแนวฟลัดเวย์ ดังกล่าว ทางกทม.จะร่วมกันหาทางออกกับกรมชลประทาน ด้วยการขุดคลองระบายน้ำใหม่ ขึ้นมาแทนที่แนวฟลัดเวย์ที่กำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งหมด ซึ่งจะสามารถปรับพพื้นที่แนวฟลัดเวย์ที่เหลือเป็นพื้นที่สีเหลืองในอนาคต ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ เวลาในการศึกษาเรื่องนี้ ราว 2 ปีนับจากนี้เป็นต้นไป แต่ขณะนี้กทม.ขอยืนยันว่าจะขณะนี้ไม่ปรับเปลี่ยนสีผังแต่อย่างเด็ดขาด"

จากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ"พบว่ามีกลุ่มนักการเมืองและบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ขาวทะแยงเขียวจำนวนมาก อาทิกลุ่มของวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี พรรคไทยรักไทย และพี่น้องที่เป็นทั้งสมาชิกสภากทม.(ส.ก.)และสมาชิกสภาเขต กทม.(ส.ข.) โดยมีที่ดินรวมกันประมาณ กว่า1,000ไร่ กลุ่มนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัทเวชธานีกรุ๊ป มีที่ดิน ประมาณ 500 ไร่ ,นางราศรี บัวเลิศ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทแชลเลนจ์ กรุ๊ป มีที่ดินบริเวณย่ายสุวินทวงค์ จำนวน 600 ไร่ ,นายประสงค์ เอาฬาร กรรมการบริษัท ฟอร์ร่าวิล์ จำกัดและในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรมีที่ดินบริเวณสุวินทวงค์ จำนวน 300 ไร่ บริษัทศุภลัย จำกัด(มหาชน) ของนายประทีบ ตั้งมติธรรม มีที่ดินอยู่ย่านสุวินทวงค์ 50 ไร่

นอกจากนี้บริษัทพฤกษา จำกัด มีที่ดินประมาณ 300 ไร่ ของนายเจ้าพ่อบ่านราคาถูก นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ บริษัทเค.ซีกรุ๊ป ของนายอภิสิทธิ งามอัจฉริยะกุล มีที่ดินประมาณ 2,000 ไร่บริเวณคลองสามวา บริษัทแลนด์แอนเฮ้าส์จำกัด(มหาชน) ของนายอนันต์ อัศวโภคินมีทีดินจำนวน 50 ไร่ นาง เพียงใจ อัศวโภคคิน ซึ่งเป็นมารดาของนายอนันต์ มีที่ดินอยู่บริเวณเขตลาดกระบังใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิจำนวน 2 แปลงรวม 1,000 กว่าไร่ นายวันชัย ชูประภาวรรณ เจ้าของบริษัทประภาวรรณกรุ๊ปมีที่ดินย่านสุวินทวงค์ประมาณ 100-200 ไร่ บางกอกแลนด์ มีที่ดินหลายร้อยไร่ และยังพบว่าตระกูลดังเมืองปากน้ำ"อัศวเหม"เองก็มีที่ดินในย่านดังกล่าวหลายร้อยไร่เช่นเดียวกันกัน

ทางด้านนายวันชัย ชูประภาวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัทประภาวรรณ กรุ๊ป กล่าวว่า มีที่ดินบริเวณพื้นที่ขาวทะแยงเขียวย่านสุวินทวงค์ จำนวน 100 ไร่ แต่ที่ผ่านมาได้ทะยอยพัฒนาไปบ้างแล้วเพราะซื้อเก็บไว้นานแล้ว โดยได้ขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทิ้งไว้ ก่อนหน้าที่ผังเมืองรวมกทม.ฉบับปัจจุบันที่หมดอายุลง จะบังคับใช้ ดังนั้นจึงสามารถพัฒนาขนาดพื้นที่ 50-100 ตารางวาได้

อย่างไรก็ดีหากมีการชะลอใช้ผังเมืองฉบับใหม่ออกไป ก็จะเป็นผลดี เพราะพื้นที่ดังกล่าวกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม หากจะทำจัดสรรต้องมีขนาดแปลง 1,000ตารางวา หรือ 2.5 ไร่ขึ้นไป แต่ขณะนี้มีปัญหาว่าบ้าหรูในบริเวณรอบหนองงูเห่าเริ่มขายไม่ออกแล้ว ที่ผ่านมาตนพยายามอุทธรณ์ให้มีการปรับเปลี่ยนสีผังมาโดยตลอด และเห็นว่าส.ส.วิชาญ มีความตั้งใจจริงในการทำงานในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนมากกว่า

ในขณะที่นายแพทย์ บุญวนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท เวชธานีกรุ๊ป กล่าวเช่นกันว่า มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ขาวทะแยงเขียว เขตมีนบุรี ประมาณ 400-500 ไร่ ซื้อมาเมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถพัฒนาอะไรได้ คงจะต้องรอกทม.ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อน ที่ผ่านมาเอกชนก็เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับกทม.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

นอกจากนี้แล้ว นายประสงค์ เฮาฬาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ร่าวิลล์ จำกัด และในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าบริษัทมีที่ดินอยู่ย่านสุวินทวงศ์ 300 ไร่ ซึ่งเดิมทีได้พัฒนาโครงการมาแล้วส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 100 ตารางวา ตามผังเมืองฉบับเก่า

ทางด้านนาย อภิสิทธิ์ งามอัจฉริยะกุล ประธานกรรมการ บริษัท เค.ซี.กรุ๊ป ให้ความเห็นว่า มีที่ดินอยู่ประมาณ 1,000 ไร่ ขณะนี้เหลือ 200-300 ไร่ บริเวณ เขตคลองสามวา โดยที่ผ่านมาได้ยื่นขออนุญาตจัดสรรไว้ก่อนเมื่อปี 2542 ช่วงผังเมืองฉบับเก่า ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ต้องรอต่อไป อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วของปรับสีผังเป็นสีเหลือง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวควรยกเลิกแนวเฟลัดเวย์เพราะไม่เคยปรากฎว่ามีน้ำท่วม

นอกจากนี้แล้วในหลวงท่านให้ก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ ที่จังหวัดสระบุรี และแก้มลิง ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบเกี่ยวกับน้ำท่วมอีกต่อไป ที่สำคัญทำเลดังกล่าวอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิกำลังจะเปิดใช้ในอีกไม่นานนี้ควรจะเปิดใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยเฉพาะบ้านทาวน์เฮ้าส์อาคารชุดเพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานย่านนี้ได้แล้ว อย่างไรก็ดีได้มีเอกชนและประชาชนได้ร้องเรียนผ่านนายวิชาญ ซึ่งเป็นส.ส.ในพื้นที่จำนวนมาก ดังนั้นก็เป็นธรรมดาที่จะเรียกร้องรัฐบาลให้แก้ไขในเรื่องดังกล่าว

ทางด้านนายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าเป็นเกมการเมืองที่จะยื้อประกาศใช้ผังเมือง รวมกทม.ฉบับใหม่ออกไป แม้ว่าที่ผ่านมา3 สมาคมบ้านฯ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ได้เรียกร้องให้มีการผ่อนปรนการใช้ประโยชน์ที่ดินมาหลายครั้งแล้วก็ตามไม่ว่าจะ เป็นที่สภาผู้แทนราษฎร, กทม. ฯลฯ แต่ก็เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคทั่วไป เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยราคาถูกในเขตกทม.ได้ แต่ขณะนี้ได้มีกลุ่มนักการเมืองที่มากกว่า 1-2 ราย ในพื้นที่ ต้องการวิ่งเต้นของแก้ไขผังบริเวณแนวฟลัดเวย์เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งมองว่าไม่น่าจะทำเช่นนั้น หากจะช่วยประชาชนจริงๆ ควรผลักดันเพื่อขอแก้ไข ทั้งหมดจะดีกว่า นอกจากนี้แล้วทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสภาฯเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากผลกระทบของร่างผังเมืองกทม.ฉบับดังกล่าวเสนอนายกรัฐมนตรีโดยตรงอีกด้วย

นายโชคชัย บรรลุทางธรรม นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยกล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุที่รัฐบาลได้เลื่อนการพิจารณาร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่ออกไป พิจารณาหลังการเลือกตั้งเนื่องจาก เล็งเห็นถึงความไม่พร้อมของร่างผังเมืองฉบับดังกล่าวมากกว่า โดยเฉพาะความเข้มงวดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะเป็นปัญหาอุปสรรคของเอชนและประชาชนเจ้าของที่ดิน อย่างไรก็ดีสมาคมฯอาจจะจะอาศัยจังหวะนี้เข้าร้องเรียนต่อสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยผลักดันในการแก้ไขผังต่อไป

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

จาก http://www.reic.or.th/home_eng/news/news_detail.asp?nID=570&p=9&s=15&t=14

 

โปรดอ่านข้อเท็จจริงจากอดีต เพื่อนำมาตัดสินใจปัจจุบัน ตามความสามารถทางปัญญาของแต่ละคน

“ด้วยรักและห่วงใย”

พฤศจิกายน 2, 2011 ใส่ความเห็น
คลิปอื้อฉาวจากคนนอกที่เข้าไปช่วยงานศปภ. จนนำไปสู่การ “ล่าแม่มด” จากนักประชาธิปไตยเสื้อแดง

เหตุที่ต้องหยิบคลิปนี้มาเปิดหัว ทั้งที่ในใจตัวเองไม่อยากจะแตะต้องเรื่องของบริจาค หรือความเห็นแก่ได้ของนักการเมืองสักเท่าไหร่ เพราะมีคนว่ากันไปเยอะแล้ว แต่บังเอิญว่าตัวเองได้พบเจอบางเรื่องเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าไม่นำมาเล่าต่อก็เสียดาย

อ่านเพิ่มเติม…

หมวดหมู่:การเมือง ป้ายกำกับ:,

ผ่านไปด้วยดี

ตุลาคม 31, 2011 ใส่ความเห็น

สถานการณ์น้ำแถวบ้านในสองวันที่ผ่านมา ยังทรงตัว และมีแนวโน้มไปในทางที่ดี แต่ก็มีเรื่องให้หวาดเสียวพอให้ได้ลุ้นกันบ้าง ให้สมกับเป็นอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ สำทับด้วยความเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายที่ยืนยันว่า หากผ่าน 31 ต.ค.ไปได้ สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย

เริ่มด้วยสัญญาณดีอย่างแรกก็คือช่วงปากซอย บริเวณตรอกแยกแคบๆ ที่ตั้งของวินมอร์เตอร์ไซต์ ยาวเข้ามาในซอยได้สัก 50 เมตร (รูปซ้าย 30 ต.ค.; รูปขวา 31 ต.ค.)

 

2011-10-30 14.01.59    2011-10-31 12.07.33

 

น้ำเริ่มท่วมตรอกเส้นนี้ตั้งแต่ 28 ตุลาคมแล้ว  วันที่ 30 ยังท่วมและล้นเอ่อเข้าท่วมในซอย แต่วันที่ 31 ไม่ล้นทะลักออกมาแล้ว ถนนในซอยแห้งสนิท เทียบเคียงได้จากรูปข้างล่าง (ซ้าย 30 ต.ค.; ขวา 31 ต.ค.)

 

2011-10-30 14.02.21     2011-10-31 12.08.01

2011-10-30 14.03.56     2011-10-31 12.08.57

 

ส่วนน้ำในบ้านที่เจิ่งนองมาจากท้องร่องเก่านั้น ก็ยังคงทรงตัวเช่นเดิม ช่วงเช้าของวันที่ 30 ต.ค. ยังคงเป็นกังวลกับน้ำทะเลหนุนรอบเช้า แต่เมื่อสังเกตด้วยตาแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ก็เบาใจ เพราะตามจากข่าวทางโทรทัศน์เขาบอกว่า น้ำหนุนรอบเย็นจะไม่หนักเท่ารอบเช้า แต่ที่ไหนได้ช่วงค่ำหลัง 1 ทุ่ม ซึ่งเขาว่าผ่านช่วงหนุนสูงสุดไปแล้ว น้ำยังเอ่อขึ้นมาไม่หยุด ไหลเข้าลานจอดพอท่วมฝ่าเท้า และเท่าที่เข้าใจน้ำน่าจะซึมผ่านมาจากพื้นดินด้วย ตามรอยแยกของพื้นซีเมนต์นั่นเอง สรุปว่าจากที่ห่างหลายสิบเมตร ก็มีบางส่วนผุดตามพื้นดินที่ไม่ได้เทปูนซีเมนต์ เรียกว่าโผล่ขึ้นมาจ่อใกล้ๆ ตรงเทอร์เรซหน้าบ้านเลย

 

2011-10-30 21.36.01

 

แต่ในใจยังเชื่อว่าเป็นอิทธิพลจากน้ำหนุนนั่นแหละ แม้จะเลยเวลามาแล้ว แต่กว่าที่ระดับน้ำจะยกตัวจากปากน้ำมาจนถึงเมืองนนท์ มันคงค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป  หนุนสูงตรงปากน้ำที่หนุ่งทุ่ม อาจจะมาสูงตรงบ้านเราสักสามทุ่มก็ได้ คิดเอาเองพอให้สบายใจ แล้วก็บอกพ่อให้เข้านอนดีกว่า เพราะตัวบ้านก็ยกพื้นสููงหลายสิบเซนติเมตร ประเมินแล้วไม่น่าจะท่วมในคืนเดียวหรอก

 

2011-10-31 07.32.38

 

แต่พอนี้ (31 ต.ค.) ตื่นมาก็แทบร้องเจี๊ยก!!!  จากเมื่อมันหยุดแค่ประมาณขอบซีเมนต์ข้างบ้านที่ใช้จอดรถ (ตามภาพข้างบน) ซึ่งจะเห็นว่าระดับพื้นบ้านสูงกว่าระดับน้ำเล็กน้อย แต่ระหว่างที่เราหลับ มันลุกลามล่วงล้ำก้ำเกินมาอีกหลายเมตรทีเดียว ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด ถ้ายังเอ่อขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทั้งวันคงท่วมบ้านแน่นอน แต่ดูจากรอยเปียกน้ำบนพื้น ช่วยบอกให้สบายใจว่าอยู่ในช่วงขาลงแล้ว เหมือนมันจะช่วยเตือนให้เห็นธรรมชาติของน้ำท่วมประการหนึ่ง นั่นคือการจู่โจมในยามวิกาล ถ้าเกิดเป็นน้ำทุ่งหรือน้ำป่าไหลหลากคงหวาดเสียวมิใช่น้อย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นวะ! ระหว่างเราหลับ ฉะนั้นอย่าชะล่าใจ

พอช่วงสายสักสิบโมงได้เดินออกไปสำรวจที่ปากซอย ตามที่กล่าวไว้แล้วในตอนต้น พบว่าบนถนนกลับมาแห้งสนิทอีกครั้ง กลับเข้าบ้านน้ำเริ่มแห้ง พออ่านข่าวเขาว่าขณะนี้ผ่านช่วงคับขันไปหนึ่งเปลาะแล้ว รอลุ้นใหม่อีกรอบกลางเดือนพฤศจิกาคม… ไม่ใช่สิ… ยน… *_* 

หวังว่าคงเป็นเช่นนั้น

หมวดหมู่:เรื่องส่วนตัว ป้ายกำกับ:,