Archive

Posts Tagged ‘ประชาธิปไตย’

ประชาธิปไตยอันล่วงละเมิดมิได้

พฤษภาคม 27, 2013 ใส่ความเห็น

somsakj

น่าสนใจความคิดของเสด็จพ่อ “สมศักดิ์ เจียม” ข้างล่างนี้นะครับ  แปลกใจเหมือนกันที่เห็นแกคิดแบบนี้ ขอบันทึกไว้ก่อน:

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
April 22
(ต่อเนืองจากกระทุ้ “ยุว ปชป ออกแบบ อนุสาวรีย์ ปชต ใหม่” ข้างลางนะครับ)

จริงๆ ผมท้าเลย ท้าให้ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะคุณกรณ์ (ที่พูดว่าการออกแบบใหม่ เป็นอะไรที่ “น่าสนใจ”)

ให้อย่าทำเป็นแค่เป็น exercise ของเยาวชนของพรรคเลยครับ ชูเป็นนโยบายพรรคเลยครับ

ว่า ปชป จะรื้ออนุสารีย์ ประชาธิปไตยออก แล้่วสร้างอนุสาวรีย์อะไรสักอย่างเพื่อเชิดชูราชวงศ์จักรี แทน

เอาเลยครับ

[https://www.facebook.com/somsakjeam/posts/491045457615405]

…………………………………………………….
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล shared เจเจ สาทร’s photo.
April 22

ผมไม่แน่ใจว่า เรื่อง “ออกแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยใหม่” ของ “ยุว ปชป” นี่ซีเรียสแค่ไหนนะ แต่แค่เป็นการ exercise ก็นับว่า แย่ แล้ว คือ ทั้งไร้สาระ และโง่มากๆ

คนทีเป็น “ผู้ใหญ่” ในพรรค ไม่รู้ว่า ไฟเขียว ไอเดียนี้ แต่แรกได้ยังไง

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ ที่ “บันทึก” การเปลี่ยนแปลงการปกครองและคณะราษฎร (คงไม่ต้องอธิบายว่า องค์ประกอบต่างๆของอนุสาวรีย์ถูกสร้างให้สะท้อนเรื่องราวของคณะราษฎร ยังไง)

หรือ ประชาธิปัตย์ ต้องการให้กลับไปสู่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ? ถ้าต้องการแบบนั้น ก็บอกกันมาตรงๆ

สรุปแล้ว เป็นเรือง STUPID, IDIOT มากๆเลยครับ

[– https://www.facebook.com/somsakjeam/posts/491043577615593%5D

สองคนยลตามช่อง ต้องย่องตามชม

มิถุนายน 27, 2009 ใส่ความเห็น

บทบาทของสื่อมวลชนในระหว่างวิกฤตช่วงสงกรานต์ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากปัญญาชน และแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นไปในทางลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักวิชาการสายปกปักษ์ประชาธิปไตยและเชื่อใจในชาวบ้าน ตัวแทนของกระแสนี้เห็นได้ชัดจากบทความชิ้นหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นบทความทางวิชาการของนักวิชาการท่านหนึ่ง, สมชาย ปรีชาศิลปกุล ในชื่อ “สื่อสร้างมวลชน” ทางหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 27 เมษายน 2552 ได้โจมตีการทำงานของสื่อมวลชนโดยเฉพาะโทรทัศน์อย่างตรงไปตรงมา ปรากฎข้อความ “โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่ประโคมว่าตนเองเป็นสื่อสาธารณะ” แทรกอยู่ตอนหนึ่งด้วย  ก็ไม่แน่ชัดนักว่าเป็นข้อกล่าวหาเจาะจงไปถึงสถานีไทยพีบีเอสหรือไม่

ใจความสำคัญนั้นหนีไม่พ้นคำกล่าวสื่อมวลชนกระแสหลัก โทษฐานเลือกข้างหรือเลือกจุดยืนทางการเมือง ไร้ความเป็นกลาง ไม่ยอมเปิดพื้นที่ให้กับฝ่ายเสื้อแดง เนื่องด้วยอคติทางชนชั้น สื่อมวลชนไทยเห็นว่าคนกลุ่มนี้เป็นคนชั้นล่างที่ไร้ปัญญา ถูกแกนนำหลอกลวงมาชุมนุม ปราศจากความคิดอ่านที่เป็นของตัวเอง ซึ่งเรียกว่า “อัตวินิจฉัย”  ด้วยความหลงผิดเช่นนี้ ทำให้สื่อมวลชนไม่ยอมนำเสนอสภาพความเป็นมนุษย์ของพวกเขา มุ่งแต่ตอกย้ำภาพของผู้นิยมความรุนแรง ต่างอย่างสิ้นเชิงกับม๊อบชาวเมืองเสื้อเหลือง แล้วสรุปลงท้ายว่า สื่อมวลชนไทยหาได้มีความเป็นมืออาชีพเหมือนเช่นสื่อมวลชนต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดประเด็นว่าด้วยคนตายจากการถูกปราบ

อาจมีข้ออ้างว่าความเอียงของสื่อมวลชนเป็นผลมาจากการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วย สถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม พึงสังเกตว่าปรากฏการณ์การเอียงข้างแบบกระเท่เร่นี้ปรากฏมาก่อนการประกาศใช้ กฎหมายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ข้ออ้างดังกล่าวจึงเป็นเพียงการซ่อนจุดยืนทางการเมืองของตนเองไว้หลังอำนาจรัฐที่ตนเองมีความยินยอมพร้อมใจด้วย

หรือกระทั่งมีการใช้อำนาจรัฐคุกคามสื่อมวลชนในการเสนอข้อมูลข่าวสาร ควรหรือไม่ที่สื่อมวลชนจะยอมอย่างหงอย ๆ  ต่ออำนาจรัฐในท่ามกลางสถานการณ์ที่ยิ่งแหลมคม สื่อมวลชนก็ยิ่งทวีความสำคัญในการที่จะทำให้ข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ปรากฏต่อสาธารณะมากที่สุด

เมื่อผมอ่านจบแล้ว ก็ให้นึกย้อนไปถึงครั้งภัยพิบัติสึนามิ (ไม่ทราบเหมือนกันว่าคิดไปไกลได้อย่างไร) ครั้งกระนั้นข่าวในโทรทัศน์ปรากฎแต่ภาครัฐภายใต้ทักษิณ ชินวัตรเพียงหนึ่งเดียว ที่ได้แสดงบทบาทช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภัย ทั้งที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์โดยแท้ กลับไม่ปรากฎคนของพรรคนี้ในข่าวเลย จนกลายเป็นประเด็นนำไปกล่าวต่อ ๆ กัน  หรือนำไปโพสต์ในเว็บบอร์ดอย่างสนุกสนาน ด่าพรรคประชาธิปัตย์กันเพลิน ทว่าข้อเท็จจริงนั้น  ส.ส. ภาคใต้ของพรรคการเมืองฝ่ายค้านมีบทบาทไม่น้อยไปกว่าภาครัฐเลย บางคนถึงกับปิดโรงแรมของตัวเองเพื่อเปิดเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่หาเป็นข่าวในเมืองไทยไม่ กลับไปหราอยู่กลางจอซีเอ็นเอ็น

แล้วถัดมาก็หวลคิดถึงวาระก่อนหน้ากำเนิดพันธมิตรประชาชนฯ ในวันที่สนธิ ลิ้มทองกุลประกาศนำมวลชนกลางลานพระบรมรูปทรงม้า ผมเจอพี่คนหนึ่งซึ่งคิดเหมือนกันเลย เขาว่าตั้งใจจะไม่มาแล้ว เพราะไม่ชอบขี้หน้าสนธิ ขอติดตามสถานการณ์อยู่ที่บ้านดีกว่า แต่ข่าวทางโทรทัศน์นั้นห่วยสิ้นดี แทบจะไม่รับรู้เรื่องราวของฝ่ายม๊อบเลย ทำให้ต้องออกมาดูด้วยตาตัวเอง

บทความชิ้นนี้ ชี้นำให้เกิดข้อกังขาว่าสื่อมวลชนไทยย้อนกลับไปเป็นเช่นดังว่าแล้วหรือ? ผมเชื่อว่าไม่ใช่ อ้างอิงได้ด้วยความรู้สึกส่วนตัว (ผมคงเป็นกลางหรือไร้ความรู้สึกไม่ได้) ผมกลับคิดว่าวิกฤตครั้งนี้ สื่อมวลชนไทยเกร็ง กลัว หรือปริวิตก จนอาจถึงขั้นวิตกจริตก็ว่าได้ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ พี่นักข่าวคนหนึ่งตั้งข้อสังเกตกับผม ถึงรายงานทางโทรทัศน์ในคืนวันที่ 8-9 เมษายน  มีแต่ข่าวสารของเสื้อแดงยึดครองแทบจะเบ็ดเสร็จ แข่งกับละครภาคค่ำได้อย่างสูสี ฝ่ายรัฐแทบจะตกขอบหายไปเลย ถือว่าผิดธรรมชาติของสถานีโทรทัศน์อย่างยิ่ง

อ่านเพิ่มเติม…

พลังประชาธิปไตยแบบลงแดง

กุมภาพันธ์ 22, 2009 ใส่ความเห็น

เขาว่าพวกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใส่เสื้อเหลืองเป็นผู้นิยมเผด็จการ ปรารถนาอำมาตยาธิปไตย อยากพาประเทศชาติกลับไปก่อนหน้าปี 2475 คนกลุ่มนี้แม้จะอ้างแต่ประชาธิปไตย แท้จริงแล้วกลับเป็นกลุ่มมวลชน “อนุรักษ์นิยม”  แต่ฝ่ายประชาธิปไตยของแท้ โดยไม่จำเป็นต้องมีสร้อย “อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข” ต่อท้ายแบบเสื้อเหลือง ก็คือพวก นปช.หรือกลุ่มคนเสื้อแดง

นักเคลื่อนไหวหรือปัญญาชนหลายคนที่เชื่อว่าประชาธิปไตยไทยนั้นแสนเปราะบาง ต้องปกป้องรักษาและหวงแหน ไม่ให้ใครมาทำตกแตกหรือปล้นชิงไป เรียกร้องสังคมอย่ามองคนเสื้อแดงแค่เปลือกนอก หลงผิดไปว่าพวกเขามีเพียงเจตนาจะปกป้องหรือแก้แค้นแทนทักษิณเท่านั้น แต่ต้องตรองลงไปให้ลึกถึงแก่นแท้อุดมการณ์ จะช่วยให้ตระหนักได้ว่านี่แหละคือจิตวิญญาณประชาธิปไตยแท้ กล้าลุกขึ้นสู้อำนาจรัฐ ยืนขวางปากกระบอกปืน เพื่อปกป้องสิทธิของตนที่โดนอำนาจฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยความร่วมมือจากกองทัพ ข้าราชการ องค์กรอิสระ ประชาธิปัตย์ รวมทั้งพันธมิตรฯ แย้งไปอย่างไร้ยางอาย หาได้ไม่เคารพกฎกติกาสากล

หลายคนจึงถึงกับฝากความหวังฝากอนาคตของประเทศชาติไว้กับคนเสื้อแดง ด้วยเชื่อว่าพวกเขากำลังผันตัวเป็นขบวนการทางการเมืองภาคประชาชน มิใช่ภาคประชาชนจอมปลอมสอพลอเจ้าแบบคนเสื้อเหลือง เนื่องจากว่ามวลชนบริสุทธิ์กลุ่มนี้กำลังยกระดับการต่อสู้ สลัดหลุดจากทักษิณไปสู่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย สานต่ออุดมการณ์อันมีมายาวนานตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2475 ให้สมบูรณ์

ณ วันนี้ ฝันทั้งหลายของนักเคลื่อนไหวหรือปัญญาชนได้เป็นจริงแล้ว เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงได้ขยายขอบเขตการเคลื่อนไหวของตัวเองไปสู่มิติทางวัฒนธรรมด้วย หลักหมายสำคัญได้เกิดขึ้นแล้วที่เชียงใหม่ บ้านเกิดทักษิณนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม…