Archive

Posts Tagged ‘พันธมิตรประชาชนฯ’

ย้อนอดีตนักวิชาการสันติประชาธรรม

พฤษภาคม 23, 2010 1 ความเห็น

ถึงเวลานำประเทศกลับสู่ระบบนิติรัฐ

ยุติการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร

ผู้นำทุกฝ่ายต้องควบคุมมวลชนของตนให้ตั้งอยู่ในความสงบและปราศจากอาวุธ

อ่านเพิ่มเติม…

Advertisements

ความรุนแรงที่ไม่น่าไม่เกิด

ตุลาคม 17, 2008 ใส่ความเห็น

เพื่อนผมคนหนึ่งเปิดประเด็นม๊อบ 7 ตุลา อย่างน่าสนใจ มันสงสัยว่าเมื่อฝ่ายตำรวจเปิดฉากปราบอย่างรุนแรงป่าเถื่อนก่อน ตั้งแต่เช้าตรู่ จนภาพข่าวกระจายออกจอโทรทัศน์ให้คนเห็นกันไปทั่ว แน่ชัดว่ามีคนขาขาด “ทำไมม๊อบไม่คิดจะเอาคืน” เพราะคนในม๊อบและผู้ตามมาสมทบภายหลังย่อมคุโชนไปด้วยอารมณ์โกรธ ต้องอยากแก้แค้นแทนคนเจ็บแน่นอน

ในช่วงเที่ยงซึ่งม๊อบยึดพื้นที่หน้ารัฐสภาคืนได้ ปิดล้อมไม่ให้ใครเข้าออก เขาว่าปริมาณคนขณะนั้นมากกว่าช่วงก่อนถูกสลายตอนเช้าหลายเท่า ต้องพกใจกล้าไม่กลัวตายติดตัวมาด้วยแน่นอน (เพราะตระหนักดีว่าตำรวจได้ใช้กำลังขั้นรุนแรงขนาดแขนขาขาด) ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะบุกผังรั้วสภาเขาไปจับตัว ส.ส.พลังประชาชน มาลงทัณฑ์  ขนาด จอน อึ้งภากรณ์ กับพวกแค่หยิบมือยังบุกเข้าไปถึงตัวอาคารได้ เทียบจำนวนกันไม่ได้เลยกับม๊อบพันธมิตรตอนนั้น แถมยังมีทั้งพลังกายและพลังใจ ที่ถูกเคี่ยวกรำให้ระอุร้อนพร้อมระเบิด

พวกปัญญาชนที่ชนพันธมิตรมาตลอดกล่าวหาไม่ใช่หรือ ว่าแกนนำกำลังปลูกฝั่งให้มองฝ่ายตรงข้ามเป็นปีศาจ ใครไม่เห็นด้วยกับพันธมิตรถือว่าเป็นศัตรู ยั่วยุให้เข่นฆ่าไล่ล้างกันกลางถนน

โอกาสดีมาถึงแล้วนี่… ต้นไม้ที่ยืนเรียงแถวตามถนนอู่ทองใน น่าจะเป็นหลักสำหรับจับผู้แทนฯ จากพรรครัฐบาลมาแขวนคอสักคนสองคน ฉลอง 6 ตุลา ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวาน

น้องคนหนึ่งซึ่งเป็นอาสาแนวหน้าปะทะตำรวจ (คนเดียวกับคราวก่อน) เล่าว่า  ตอนม๊อบล้อมได้สำเร็จแล้ว ไอ้พวก ส.ส.พปช. บางคนยังโผล่หน้ามาด่าม๊อบ ให้นิ้วกลาง บางคนก็เดินมากดเอทีเอ็มตรงใกล้กับประตูรั้ว เบิกเงินไปแจกตำรวจ “ดูมันทำ” พอพวกนี้ออกมาที ม๊อบก็ส่งเสียงโห่ตะโกนด่าสวน

สถานการณ์ย่อมตึงเครียด และพร้อมปะทุอย่างรุนแรง หากมีเสียงสั่ง “บุก”

เขาถ่ายทอดเหตุการณ์ตอนนั้นว่า นักรบศรีวิชัยยืนแถวหน้ากระดานกั้นระหว่างม๊อบกับรั้วรัฐสภา ไม่ให้ใครเอื้อมมือไปแตะเด็ดขาด ส่วนแกนนำที่อยู่บนรถโมบายถือไมโครโฟน “วสันต์ สิทธิเขต” กำชับจริงจัง ไม่ให้ใครเข้าใกล้ ห้ามแม้แต่การปาขวดน้ำข้ามเข้าไป ถ้าใครทำขอให้การ์ดจับตัวโยนไปให้ตำรวจทันที

ดังนั้น แม้ว่าแกนนำจะด่ากราดระรานคนไปทั่ว ยั่วยุปลุกชาตินิยมงมงาย แต่ถ้าหากยังคงสภาพเป็นม๊อบ คือเป็นกลุ่มคนร่วมชุมนุมโดยมีแกนนำคอยกำกับควบคุม ก็น่าจะไว้ใจได้ในระดับหนึ่งว่าม๊อบกลุ่มนี้คงไม่ไปจับใครไล่ฆ่าสนุกมือ

และผมก็ไม่เชื่อว่าที่ม๊อบพันธมิตรทำในวันนั้นเป็นการยั่วยุให้ฝ่ายรัฐเริ่มต้นใช้ความรุนแรง ตามยุทธวิธียื่นหัวไปรับกระบองเพื่อ “ดิสเครดิต” รัฐบาล  เพราะถ้าจะทำจริง ก็น่าจะทำได้ดุเดือดกว่านี้ สู้อุส่าห์ไปนอนเฝ้าข้ามคืนแล้วกลับขัดขวางไม่สำเร็จ  น่าอาย จอน อึ้งภากรณ์ มาก  ทำไมเขาไม่ใช้ “กุญแจ/โซ่มนุษย์” ล่ามตัวเข้ากับประตูรั้ว แล้วลั่นกุญแจปิดตายปากทางเข้าไปเลย ใครจะเปิดประตูรั้วก็ต้องฉีกร่างของมนุษย์เป็น ๆ เสียก่อน เชื่อเถอะว่าถ้าประกาศหาอาสาสมัคร รับรองมีคนอาสาตายเพียบ

ผมเห็นในข่าวต่างประเทศว่าม๊อบเมืองนอกนิยมใช้ “ไม้ตาย” แบบนี้เยอะ  เขาว่าเป็น “อารยะขัดขืน” แบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นพันธมิตรไทยทำแล้วละก็ ต้องถูกหาว่ายั่วยุเจ้าหน้าที่ หรือเอาชีวิตประชาชนเป็นตัวประกันอย่างแน่นอน

เดาเอาเล่น ๆ ว่า  แกนนำคงไม่ไว้ใจตำรวจไทยแน่นอน เลยไม่อุตริให้เสี่ยงใช้แผนทำนองนี้ มิเช่นนั้นคงเป็นเป้านิ่งรับกระสุนแก๊สน้ำตาคุณภาพต่ำเละไปทั้งตัวแล้ว

หลังจากวันนั้นมีข่าวเบื้องลึกมาเข้าหู เพราะผมเองก็สงสัยว่าเมื่อม๊อบแตกพ่ายจะแจไปแล้ว ทำไมตำรวจไม่ครองพื้นที่หน้าสภาให้เบ็ดเสร็จ แต่กลับถอนกำลังออกไปจนม๊อบระดมกำลังมายึดคืนได้อีกหน เขาว่ามีการเตรียมปราบ “ก๊อกสอง” ไว้แล้ว  และน่าจะรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า เพราะประเมินจากช่วงบ่ายถึงค่ำวันนั้น ตำรวจตั้งอกตั้งใจยิงและขว้างแก๊สน้ำตาเป็นร้อยลูก ไม่มียั้ง แต่เผอิญว่าไม่เข้าทางเลยทำได้แค่นั้น

พวกเขาคงประเมินว่าฝูงชนจะต้องบ้าคลั่ง จึงเตรียมแผนเปิดทางให้กลับมาล้อมสภาใหม่ สร้างโอกาสให้ม๊อบบุกเข้าไปประชาทัณฑ์ ส.ส. ในสภา แล้วจังหวะนั้นเอง จะได้ปราบอีกรอบแต่ครั้งนี้ต้องหนักกว่าเก่า จนเกิดการบาดเจ็บล้มตายอย่างโกลาหลวุ่นวาย เปิดทางให้ทหารเข้ามายึดอำนาจ ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่าเป็นทหารฝ่ายใคร ถ้าเป็นฝ่ายตัวเองก็ยึดประเทศนี้ได้สำเร็จ แต่ถ้าเป็นฝ่ายอื่นก็จะได้ใช้เป็นข้ออ้างขอลี้ภัยทันที แหล่งข่าวเล่าว่าแกนนำม๊อบขณะนั้นเคร่งเครียดทีเดียว ฝูงชนที่กำลังคลั่งแค้นนี่น่ากลัว แต่สุดท้ายก็เอาอยู่

ฝ่ายทักษิณก็ใช้คนของตัวเองเป็น “ตัวประกัน” เหมือนกัน