Archive

Posts Tagged ‘ศิลปะ’

ตากอากาศ

พฤศจิกายน 11, 2013 ใส่ความเห็น

แวะไปหอศิลป กรุงเทพฯ เมื่อเสาร์ 9 พฤศจิกายน 2556  เข้าไปดูนิทรรศการ “สถานพักตากอากาศ” (resort) แม้ช่วงนี้จะดูงานไม่เยอะ แต่โดยรวมถือว่าชอบงานชุดนี้ ทั้งที่ไม่คอยจะชอบดูงานที่แสดงเป็นกลุ่มนัก ดูงานแสดงเดี่ยวของศิลปินคนเดียวมันเต็มอิ่มมากกว่าเยอะ

อ่านดูคอนเซ็ปด้วยความงุนงง ไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่ รู้สึกว่าโจทย์มันกว้างๆ ประมาณว่าใครทำอะไรส่งมาก็เข้าธีมงานหมด แต่อย่างที่เกริ่นไว้ว่าชอบ ชอบกว่างานชั้นล่างที่ดูมีคอนเซ็ปที่ชัดเจนกว่าเสียอีก

ถ่ายภาพบรรยากาศการแสดงงานมาเป็นที่ระลึก แล้วอย่าถามว่าเป็นงานของใคร ศิลปินที่ร่วมสร้างงานมีทั้งไทยและต่างชาติ ซึ่งรู้จักแค่คนไทยสองคนเท่านั้น คือ นิติ วัตุยา และ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง (รู้จักแต่รุ่นเก่าๆ เนอะ)

 

P1060185       P1060188

งานนี้เท่ดี ต้องใช้ความอดทนสูงทีเดียวกว่าจะทำเสร็จ

 

P1060192          P1060253

งานของสมบูรณ์ หอมเทียนทอง อลังการงานสร้างมากๆ คงจำงานเพ้นท์แนวนามธรรมของเขาได้

 

P1060172

เพ่ง… งานภาพถ่ายก็มี ขนาดภาพใหญ่-เล็กต่างกันมาก นำมาจัดวางจนน่าสนใจ

 

P1060161

“ศิลปร่วมสมัย” นี่ ไม่ต้องเรียนศิลปะ ไม่ต้องหันเพ้นท์หันปั้นก็ได้นะ เป็นช่างไม้ก็ทำงานศิลปได้ Smile

 

P1060210

รูปทรงของศาลเพียงตา

 

P1060163

กองกล่องกระจกข้างซ้าย เจ้าของงานบอกว่าได้แรงบันดาลใจจาก “เขามอ”

 

P1060200  P1060201

คนเข้าแถวชมงานของสมบูรณ์ หอมเทียนทอง

 

P1060213

พรมผืนใหญ่สีน้ำเงิน ปูอยู่ตรงโถงกลางล็อบบี้ ที่เป็นศูนย์กลางของห้องแสดงงาน ใครๆ ก็ต้องเดินผ่านไปผ่านมา พรมชิ้นนี้เป็นงานศิลปชิ้นหนึ่งด้วยนะ ที่มุมหนึ่งเขาเขียนไว้ว่า

P1060244

แต่ใครจะเห็น ใครจะอ่าน

 

page

 

แปลกนะ… งานนี้ไม่มีสูจิบัตร เลยไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าศิลปินแต่ละคนเป็นใครมาจากไหน แต่งานโดยรวมถือว่าแสดงไอเดียของคนทำงานศิลปะได้ดีทีเดียว คาดว่าถ้าหากมีเวลาว่างอีก จะต้องกลับไปชมงานนี้อีกครั้ง

เขียนดี ข่าวก็ดี

ธันวาคม 2, 2011 ใส่ความเห็น

ข่าวใหญ่ระดับโลกในเวลานี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องการเดินทางเยือนประเทศพม่าของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ, ฮิลารี่ คลินตัน  (สังเกตว่าผมไม่ใช้ “รัฐมนตรีหญิง” อิอิ)  ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่อยู่คนละขั้วการเมืองอย่างเป็นทางการ และยังเป็นการเปิดตัวประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร (ถ้าเมืองไทยคงต้องบอกว่า “อำมาตย์” ) ต่อประชาคมโลกอย่างน่าทึ่ง

หลายคนคงคันปากอยากไปกระตุกขากางเกงของนางคลินตัน พร้อมตะโกนว่า “เฮ้ย… ทั่นเป็นประเทศผู้นำทางประชาธิปไตยเชียวนะ จะมาจับมือกับรัฐบาลของประเทศเผด็จการทหารเหรอ เกรงใจเพื่อนบ้านอย่างพี่ไทยบ้างเหอะ”

เมื่อเห็นข่าววันนี้แล้ว ต้องชวนให้นึกถึงข่าวเก่าสัก 10 กว่าวันมาแล้ว  เป็นข่าวต่างประเทศจากสำนักข่าวเอเอฟพี อ่านแล้วชอบมาก

 

Myanmar welcomes ‘lucky’ white elephants

… … …

"The welcoming ceremony for two white elephants will be held this evening at Uppasasanti Pagoda," the official told AFP, adding that Vice President Sai Mauk Kham would attend.

"We have altogether seven white elephants in Myanmar so far: four in Naypyidaw and three in Yangon."

Sunday’s ceremony comes three days after the long-isolated country won approval to chair Southeast Asia’s regional bloc in 2014, as a reward for its recent series of reformist gestures.

On Friday, US President Barack Obama said he would send Hillary Clinton to Myanmar next month, the first visit by a US secretary of state in 50 years.

UN leader Ban Ki-moon has also announced a visit as soon as possible to propel reforms.

… … …

 

ถ้าใครอ่านแค่พาดหัว ไม่สนใจในเนื้อหา ก็จะพลาดสาระสำคัญไปเลย เพราะคนเขียนข่าวเริ่มด้วยเรื่องการได้ครอบครองช้างเผือกสองเชือกของรัฐบาลพม่า อันเป็นสิ่งมงคลสำหรับชนชั้นปกครอง ตามคติความเชื่อของอาณาจักรต่างๆ ในแหลมทอง  แต่แล้วคนเขียนกลับเปลี่ยนสลับตัดภาพให้กลายเป็นข่าวจากประเทศสหรัฐฯ (ลองคิดว่าข่าวนี้เป็นข่าวทีวีสิ) ประธานาธิบดีโอบาม่ามอบหมายให้รัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางเยือนพม่า เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี  ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติก็พร้อมเช่นเดียวกัน

เริ่มต้นด้วยข่าว “ช้างแก้ว” จบลงด้วยข่าว “เพื่อนแก้ว”  หรือการเปิดตัวสานสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจและองค์กรโลกถือเป็น “มิ่งมงคล” แก่ประเทศที่โดนโดดเดี่ยวมายาวนาน สามารถนำความจริงสองเรื่องมาเชื่อมโยงเข้าหากันได้อย่างกลมกลืนทีเดียว (อ่านแล้วรู้สึกว่า “โปร” พม่าไหมนะ?)

ด้วยเหตุนี้เอง การเขียนข่าวจึงไม่ต่างจากงานเขียนอื่นๆ  ผู้เขียนสามารถใส่สิ่งที่เรียกว่า “ศิลปะ” ลงไปได้  มี creative writing ได้เช่นกัน

แต่อย่าลืมว่าตัวอย่างที่ยกมานี้ เป็นข่าวของฝรั่งเขานะ ยังนึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้านักข่าวคนไทยเป็นคนเขียนข่าวนี้ และเขียนเป็นภาษาไทย เขาจะถูกด่าไหม นึกถึงพวกปัญญาชนที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์กระแส “โปรเจ้า” ในสื่อกระแสหลักแล้ว  จินตนาการลำบากจริงๆ

แต่หวังว่าคงไม่มีใครเอาไปเปรียบกับข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หัวสี ประจำวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือนนะ